TKP HEADLINE

วัดหัวดง

 

แหล่งเรียนรู้ชุมชน

วัดหัวดง

          ตำบลหัวดง แต่เดิมสภาพทั่วไปเป็นป่าดงดิบ หลังจากมีผู้คนจากหลายพื้นที่อพยพมาอยู่  ถากถางป่า ทำให้ป่าโล่งเตียนลงแต่ก็ยังคงสภาพป่าอยู่ จึงตั้งชื่อว่า ตำบลหัวดง ลักษณะการปกครองเดิมจะปกครองเป็น 2 ส่วน คือ สภาตำบลและสุขาภิบาล ปัจจุบันเปลี่ยนการปกครองเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตำบล มีการรวมตัวของชุมชนเพื่อหาสมาชิกกลุ่ม และดำเนินการคัดเลือก คณะกรรมการแต่ละฝ่ายเสร็จแล้วขอความร่วมมือจากเทศบาลตำบลหัวดง จัดทำโครงการจัดตั้งกลุ่มเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2546 อ่านเพิ่มเติม





ผู้ให้ข้อมูล พระสมุห์วิรัช ธมมธีโร

ผู้เรียบเรียง นางสาววารุณี ก้อนคำ

 

ภาพถ่าย : วัดหัวดง จังหวัดพิจิตร. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : https://web.facebook.com/ -222061481695009/. 10 สิงหาคม 2565

 

กลุ่มเกษตรปลอดสารข้าว









กลุ่มเกษตรปลอดสารข้าวชาวนา

ประวัติผู้ประกอบอาชีพ : นางสาวอริศา สว่างเมฆ

    ที่อยู่ : 39 หมู่ที่ 5 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

    โทร. 090-3282614

 

ตำบลป่ามะคาบ อยู่ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร อยู่ทางตอนเหนือของอำเภอเมืองพิจิตร อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร ประมาณ 15 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 51,250 ไร่  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และพื้นที่ทำนา การปกครองเป็นหมู่บ้านจำนวน 14 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรในตำบลจำนวน  8,313  คน ประชาชนมีอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังมีอาชีพที่หลากหลาย เช่น เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เพาะเห็ด เป็นต้น ในพื้นที่ก็ยังประสบปัญหาทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง สภาพดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีการเกษตร อ่านเพิ่มเติม

 

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวปภัสรา ขวัญหอม ครู กศน.ตำบลป่ามะคาบ

ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางสาวปภัสรา ขวัญหอม ครู กศน.ตำบลป่ามะคาบ 









 

ศิลปะการร่ายร่ำแบบผสมผสานตามยุคตามสมัยของไทย

        ศิลปะการร่ายรำแบบผสมผสานตามยุคตามสมัยของไทย

        การออกกำลังกายด้วยกิจกรรมการเต้นรำพื้นเมืองตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ทักษะ และความรู้พื้นฐานการเต้นรำพื้นเมืองตามวัฒนธรรมท้องถิ่น การประยุกต์กิจกรรมการ เต้นรำพื้นเมืองตามวัฒนธรรมท้องถิ่นไปสู่การออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพใน ชีวิตประจำวันในปัจจุบันมีงานวิจัยที่สนับสนุนผลการออกกำลังกาย เช่น การเต้นแอโรบิก การเต้นรำพื้นเมือง ไทชี่ ชี่กงและโยคะ รวมไปถึงการประยุกต์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น รำมวยโบราณประยุกต์ รำโขนประยุกต์ รำผู้ไท เป็นต้น โดยพบว่า เมื่อออกกำลังกายเป็นเวลา ๑๒  สัปดาห์ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพ และเพิ่มสมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุได้ อ่านต่อ

ผู้เรียบเรียง นางสาวเบญญาภา  เรืองเดช

การปลูกชะอมไร้หนามและการทำนาชะอมไร้หนาม

 การปลูกชะอมไร้หนามและการทำนาชะอมไร้หนาม

        หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวอย่าง “ชะอม” ชะอมจึงจัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนไทยบริโภคเป็นประจำและมีความต้องการในแต่ละวันไม่น้อยไปกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น เกษตรกรไทยมักจะมองว่า การปลูกพืชผักสวนครัวจะเป็นเพียงอาชีพเสริม ไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้ตัวอย่างแหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของ จ.พิจิตร อยู่ที่ตำบลไผ่หลวง  อ.ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร  ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกชะอมพันธุ์ไร้หนาม ตัวอย่างเกษตรกร นางสาวเกษกนก หละวัน และนางสมจิตร นาคอินทร์ และป้าดอกไม้ ที่ถือเป็นเกษตรกรที่เริ่มปลูกชะอมไร้หนามรายแรก ๆ ของ อ.ตะพานหิน รวมทั้งยังเป็นประธานกลุ่มผู้ปลูกชะอมไร้หนามบ้านคลองข่อย บ้านเลขที่ ๖๒ หมู่ ๓ บ้านคลองข่อย ต.ไผ่หลวง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ปลูกชะอมไร้หนามที่หลายคนมองเป็นเพียงอาชีพรองนั้นกลับสร้างรายได้หลักให้กับตนเองและครอบครัว มายาวนานกว่า ๒๐ ปี อ่านต่อ


นางสาวเบญญาภา  เรืองเดช ครูกศน.ตำบลไผ่หลวง

แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงสุขภาพ

 แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงสุขภาพ


        เป็นประเภทเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารปิ้งย่าง เชิงผ่อนคลาย มีมุมสบายๆให้กับผู้มายื่นได้นั่งพักผ่อน เติมเต็มกับบรรยากาศที่ สดชื่น อาหารอร่อย บรรยากาศดี มีดนตรีนั่งฟัง อ่านต่อ

ผู้เรียบเรียง

นางสาวเบญญาภา  เรืองเดช

แหล่งเรียนรู้ การขยายกิ่งพันธุ์ชะอมไร้หนาม

แหล่งเรียนรู้ การขยายกิ่งพันธุ์ชะอมไร้หนาม 

        ชนิดของชะอมที่ปลูกในบ้านเรา ชะอมที่ปลูกกันในขณะนี้จะแบ่งออกเป็น ๒ ชนิดใหญ่ ๆตามลักษณะคือ ชะอมมีหนาม กับ ชะอมหนามน้อย (ชะอมไร้หนาม) ต้นชะอมมีหนามจะมีหนามทั่วทั้งต้นและกิ่งก้านสาขา รวมถึงส่วนของยอดอ่อนด้วย ในขณะที่ต้นชะอมไร้หนามเกือบจะไม่มีหนามเลย หรือจะพบหนามบ้างเหมือนกันแต่น้อยมาก จะพบเพียงหนามอ่อนห่าง ๆ เท่านั้นข้อแตกต่างของชะอมทั้ง ๒ ชนิด พี่ทั้งสองคนอธิบายว่า ยอดชะอมที่มีหนามจะมีกลิ่นแรงกว่ายอดชะอมไร้หนาม สำหรับรสชาติเมื่อนำไปประกอบอาหารใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออก แต่กลับรู้สึกว่าชะอมไร้หนามทานง่ายกว่า เพราะไม่มีหนามให้กวนใจเวลาทานสำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกชะอมนั้น ชะอมไร้หนามจะสะดวกในเรื่องของการเก็บเกี่ยวยอดเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่ต้นหรือกิ่งไม่มีหนามทำให้เก็บได้ค่อนข้างรวดเร็วและไม่ถูกหนามทิ่มแทงมือหรือร่างกาย ลักษณะของการแตกยอดพบว่าพันธุ์ที่มีหนามจะให้ยอดน้อยและแตกยอดช้ากว่าชะอมไร้หนาม พี่ทั้งสองคนย้ำว่าลักษณะของการแตกยอดจะเห็นได้ชัดมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดชะอมมีราคาแพงที่สุด ราคาจะสูงถึงกำละ ๑๕- ๒๐ บาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชะอมในท้องตลาดมีน้อย จะเห็นได้ชัดเลยว่าต้นชะอมไร้หนามให้ยอดที่ดีกว่าอย่างชัดเจน อ่านต่อ

นางสาวเกษกนก  หละวัน ปราชญ์ชาวบ้าน นางสมจิตร   นาคอินทร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น นางดอกไม้  อินอ้น         ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้เรียบเรียง   นางสาวเบญญาภา เรืองเดช

ชะอมไร้หนาม

        ชะอมไร้หนาม

        นางสาวเกษกนก หละวัน และนางสมจิตร นาคอินทร์  ที่ถือเป็นเกษตรกรที่เริ่มปลูกชะอมไร้หนามรายแรก ๆ ของ อ.ตะพานหิน รวมทั้งยังเป็นประธานกลุ่มผู้ปลูกชะอมไร้หนามบ้านคลองข่อย บ้านเลขที่ ๖๒ หมู่ ๓ บ้านคลองข่อย ต.ไผ่หลวง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ปลูกชะอมไร้หนามที่หลายคนมองเป็นเพียงอาชีพรองนั้นกลับสร้างรายได้หลักให้กับตนเองและครอบครัว มายาวนานกว่า ๒๐ ปี การปลูกชะอมไร้หนาม เริ่มต้นในพื้นที่ ๓ ไร่ สร้างรายได้ดีกว่าทำนา ๑๐ ไร่ ก่อนที่ตนเองจะปลูกชะอมไร้หนามก็ทำนามาก่อน ปัจจุบันก็ยังคงทำนาควบคู่ไปซึ่งนากลายเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น พี่ทั้งสองคนเล่าย้อนกลับไปว่าได้พันธุ์ชะอมไร้หนามมาปลูกแบบสวนครัวหลังบ้านเมื่อประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว วัตถุประสงค์แรกของการปลูกชะอมไร้หนามในตอนนั้นเพียงเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน และต่อมาเลยตอนกิ่งชะอมเพื่อขยายต้นปลูกเพื่อเก็บยอดชะอมจำหน่ายให้กับเพื่อนบ้านและตลาดในชุมชนเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว หลังจากเก็บยอดชะอมขาย ผลปรากฏว่าปริมาณของความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีรายได้ค่อนข้างแน่นอน มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนเกือบทุกวันเมื่อเปรียบเทียบกับการทำนาที่พี่ทั้งสองคนบอกว่าค่อนข้างเหนื่อยกว่ามากและยังมีค่าใช้จ่ายต่อไร่สูง แล้วการปลูกข้าวยังประสบปัญหาในความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ และราคา เมื่อเปรียบเทียบรายได้จากการเก็บยอดชะอมไร้หนามขายในพื้นที่เพียง ๓ ไร่ที่เริ่มต้นทำนั้นดีกว่าปลูกข้าวในพื้นที่ ๑๐ ไร่ ปัจจุบัน พี่ทั้งสองคนและครอบครัว ได้ขยายพื้นที่ปลูกชะอมไร้หนามออกไปถึง ๑๒ ไร่ ปลูกกล้วยกับไผ่ เพื่อนำกาบกล้วยและไม้ไผ่มาใช้ในการมัดกำชะอมที่จะต้องใช้เกือบทุกวัน พี่ทั้งสองคนยังได้บอกว่าโรคและแมลงศัตรูชะอมมีน้อยมากและใช้เพียงแรงงานในครอบครัว ในแต่ละครอบครัวที่ปลูกชะอมไร้หนามในพื้นที่ ๑-๒ ไร่หรือมากกว่านั้น จะมียอดให้เก็บหมุนเวียนได้ทุกวัน มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัววันละ ๒๐๐-๓๐๐ บาทอย่างสบาย อ่านต่อ

ผู้ให้ข้อมูล นางสาวเกษกนก หละวัน  

ผู้เรียบเรียง นางสาวเบญญาภา เรืองเดช

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดพิจิตร. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand