TKP HEADLINE

Showing posts with label 01.อาชีพ. Show all posts
Showing posts with label 01.อาชีพ. Show all posts

กลุ่มเกษตรปลอดสารข้าว









กลุ่มเกษตรปลอดสารข้าวชาวนา

ประวัติผู้ประกอบอาชีพ : นางสาวอริศา สว่างเมฆ

    ที่อยู่ : 39 หมู่ที่ 5 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

    โทร. 090-3282614

 

ตำบลป่ามะคาบ อยู่ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร อยู่ทางตอนเหนือของอำเภอเมืองพิจิตร อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร ประมาณ 15 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 51,250 ไร่  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และพื้นที่ทำนา การปกครองเป็นหมู่บ้านจำนวน 14 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรในตำบลจำนวน  8,313  คน ประชาชนมีอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังมีอาชีพที่หลากหลาย เช่น เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เพาะเห็ด เป็นต้น ในพื้นที่ก็ยังประสบปัญหาทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง สภาพดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีการเกษตร อ่านเพิ่มเติม

 

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวปภัสรา ขวัญหอม ครู กศน.ตำบลป่ามะคาบ

ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางสาวปภัสรา ขวัญหอม ครู กศน.ตำบลป่ามะคาบ 









 

พริกแกงโขลกมือพันปี

 

พริกแกงโขลกมือพันปี

        ถ้าพูดถึง “พริกแกง” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน และถ้าพูดถึงรสชาติความอร่อยคงจะไม่พ้น “น้ำพริกแกงพันปี” ของกลุ่มผู้สูงอายุตำบลทับคล้อ เดินตามรอยชุมชนเข้มแข็ง รวมกลุ่มผลิตเครื่องแกง  ขายปลีก-ส่ง  นางจรัญทิพย์ มิ่งขวัญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า เนื่องจากในหมู่บ้านมีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่มีงานทำ บางรายใช้ชีวิตแบบผ่านไปวันๆ จึงได้มีการระดมความคิดกันว่าน่าจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับตนเองและชุมชน อ่านต่อ


นางขันถม  กลิ่นเกล้า เป็นผู้ให้ข้อมูล

นายเจตน์สฤษฏิ์พงศ์ รัตนบวรกรกูล ครูกศน.ตำบล ผู้เขียน 

นางจรัญทิพย์  มิ่งขวัญ ผู้ถ่ายภาพ/รูป

ไข่เค็มสมุนไพรใบเตย

 ไข่เค็มสมุนไพรใบเตย


        จากจุดเริ่มต้นของ ศรีมงคล ร้านขายของฝากพิจิตรคุณแม่กรองศรี ดวงตาเวียง เป็นผู้ก่อตั้งการทำไข่เค็มสมุนไพรใบเตย ณ บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 9 บ้านโพธิ์ไทรงามพัฒนา ตำบลโพธิ์ไทรงาม อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จากนั้นได้เข้ารับการอบรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนหลักสูตรการขนมเปี๊ยะไส่ถั่วไข่เค็มของ กศน. ตำบลโพธิ์ไทรงาม เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญและโอกาสในการต่ออาชีพ หลังนั้นได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ลูกเพื่อต่อยอดอาชีพ อ่านต่อ


ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางทิวาพร ผิวงาม

 ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางทิวาพร ผิวงาม


พริกแกง “ตำมือ” กลุ่มสัมมาชีพสากเหล็ก

พริกแกง  ตำมือ”  กลุ่มสัมมาชีพสากเหล็ก

        พูดถึงพริกแกงหรือเครื่องแกง ถือเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องมีคู่ครัวสำหรับพ่อบ้าน แม่บ้าน ไว้ เพื่อใช้ในกรประกอบอาหารในครัวเรือน ซึ่งในปัจจุบันการที่จะมานั่งโขลกพริกแกงเองนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากของคนสมัยใหม่ เพราะการจะโขลกพริกแกงให้มีรสชาติที่อร่อย และถูกปากนั้นต้องใช้ฝีมือในการผสมวัตถุดิบเหล่านั้นให้พอเหมาะพอดี  พ่อบ้าน แม่บ้าน จึงนิยมหาซื้อพริกแกงที่ตำด้วยมือสำเร็จรูปติดครัวไว้ เพราะจะทำให้การเข้าครัวง่ายขึ้นและยังเป็นการประหยัดเวลา และก็สามารถเลือกรสชาติที่ถูกปากได้อีกด้วย อ่านต่อ



ผู้เขียน/เรียบเรียง : นางสาวอัญชลี  อยู่สินไชย  ครู กศน.ตำบลสากเหล็ก
ภาพ : นางสาวอัญชลี  อยู่สินไชย  ครู กศน.ตำบลสากเหล็ก

หมู่บ้านส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ต้นแบบการจัดการมะม่วงแปลงใหญ่

 หมู่บ้านส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ต้นแบบการจัดการมะม่วงแปลงใหญ่

        ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งปลูกมะม่วงส่งออกที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูกมะม่วงกินสุก คือมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และมะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 เพื่อส่งขายตลาดญี่ปุ่นและปลูกมะม่วงพันธุ์กินดิบ ได้แก่ มะม่วงฟ้าลั่น มะม่วงเขียวเสวย ปัจจุบันชาวบ้านตำบลวังทับไทร มีพื้นที่ในการปลูกมะม่วงกว่า 20,000 ไร่ เมื่อรวมกับแหล่งปลูกมะม่วงในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้กลายเป็นพื้นที่ปลูกมะม่วงแหล่งใหญ่ของประเทศไทย มีทั้งเกษตรกรรายใหญ่ที่มีพื้นที่ปลูกมะม่วงเป็นร้อยไร่ขึ้นไป และสวนมะม่วงขนาดเล็ก พื้นที่ 20-30 ไร่ เมื่อรวมกันแล้ว ทำให้เขตภาคเหนือตอนล่างมีพื้นที่และผลผลิตมหาศาล โดยผลผลิตมะม่วงในวันที่มีผลผลิตต่ำ เฉลี่ยไร่ละ 1 ตัน หรือประมาณปีละ 20,000 ตัน ยกเว้นเจอปัญหาความผันผวนของสภาพอากาศ กำลังการผลิตก็จะปรับตัวลดลง โดยแบ่งการผลิตมะม่วงออกเป็นปีละ 2 รุ่น คือ มะม่วงก่อนฤดูกาล และมะม่วงในฤดูกาล ในแต่ละปีแค่เฉพาะในพื้นที่ตำบลวังทับไทร ได้ผลผลิตราว 20,000-30,000 ตัน ตลาดส่งออกที่ขายได้ราคาดีที่สุด คือ ญี่ปุ่น และสิงค์โปร์ อ่านต่อ


ผู้เขียน นายวีรฉัตร น้อยทรัพย์ ครู กศน.ตำบลวังทับไทร
ภาพ นายวีรฉัตร น้อยทรัพย์ ครู กศน.ตำบลวังทับไทร

ปลาร้าพารวย

 ปลาร้าพารวย

        ปลาร้าทรงเครื่อง (แจ่วบอง)” เป็นสินค้าที่เกิดจากภูมิปัญญาการแปรรูปและการถนอมอาหารของกลุ่มแม่บ้านหนองหญ้าไทร และได้รับการส่งเสริมจากกศน.อำเภอสากเหล็กเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการการทำโลโก้และบรรจุภัณฑ์


        ปลาร้าทรงเครื่อง (แจ่วบอง)” คือ แจ่วบองที่มีความอร่อย แซบนัว อันเป็นที่สุดของตำบลหนองหญ้าไทร ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ชาวบ้านที่นี่จึงมีแหล่งวัตถุดิบเป็นนิลและปลาน้ำจืดจากแม่น้ำ เพื่อใช้ในการทำปลาร้าตามสูตรต้นตำหรับที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่น กลุ่มฯได้คัดสรรปลาร้าที่เป็นวัสดุหลัก โดยคัดเฉพาะปลานิลจากแม่น้ำ ซึ่งเป็นปลาที่มีเนื้อแน่น และผ่านการหมักบ่มมากกว่า 1 ปี แล้วนำมาเพิ่มรสชาติด้วยเครื่องปรุง เช่น พริกชี้ฟ้า หอมแดง กระเทียม ซึ่งได้จากการเพาะปลูกของสมาชิกภายในกลุ่ม จากนั้นจึงนำมาทำให้สุก สะอาด ปลอดไข่พยาธิ บรรจุในถุงซิปล็อคและกระปุกต่างๆ จึงทำให้แจ่วบองหนองหญ้าไทร มีรสชาติที่อร่อย แซบ ถึงเครื่อง ถูกใจผู้บริโภค อ่านต่อ

อ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/ปลาร้า
ผู้เขียน/เรียบเรียง นางสาวศิริรัตน์ ชูจิ๋ว ครู กศน.ตำบลหนองหญ้าไทร
ภาพ : นางสาวศิริรัตน์ ชูจิ๋ว ครู กศน.ตำบลหนองหญ้าไทร

กลุ่มเกษตรกรรม(ปลูกกล้วยน้ำว้า)

 กลุ่มเกษตรกรรม(ปลูกกล้วยน้ำว้า)

        นายธนวัฒน์ ยงทอง อายุ 52 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 5 บ้านสระมะพลับ ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร บอกว่า ตนเองมีนา 50 ไร่ เมื่อ 2 ปีก่อนพอรู้ว่ารัฐบาลในอดีต ออกระเบียบว่าจำนำข้าวได้ไม่เกินครอบครัวละ 350,000 บาท จึงลดพื้นที่การทำนาลงทันที 20 ไร่ พร้อมทั้งขุดบ่อน้ำ 1 ไร่ และตัดสินใจปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพืชหลัก แต่ปาล์มน้ำมันต้องใช้เวลา 3 ปีจึงจะได้ผลผลิต จึงหันมาปลูกกล้วยน้ำว้าแซมในช่องว่างระหว่างต้นปาล์ม ปลูกกล้วยน้ำว้าใช้เวลา 8-9 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้


โดยขณะนี้กล้วยน้ำว้าอายุได้ 2 ปีแล้ว ทำให้สามารถตัดกล้วยขายได้อย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 3,000 กก. ราคาขายต่ำสุด 8 บาท สูงสุด 12 บาท ตัดกล้วยขายทุกๆ 15 วัน เฉลี่ยเดือนหนึ่งๆ ก็ได้ 30,000 บาท โดยพ่อค้าที่มารับซื้อกล้วยน้ำว้าจะเอาคนงานมาตัดเอง เจ้าของสวนกล้วยแค่นั่งดู และชั่งน้ำหนัก ส่วนใบตองถ้ามีแรงตัดก็ขายได้ กก.ละ 20 บาท แต่ทุกวันนี้ใครอยากได้ใบตองก็มาตัดเอาไปขายแล้วแบ่งครึ่งกัน หัวปลีก็ขายได้ กก.ละ 5 บาท

นอกจากนี้ยังเลี้ยงปลาหมอนาในบ่อ เมื่อถึงฤดูกาลทำนา น้ำหลากปลาหมอก็พล่านเข้าไปอยู่ในแปลงนาไปกินแมลงในนาข้าว ขับถ่ายออกมาเป็นปุ๋ย พอช่วงที่จะเก็บเกี่ยวปล่อยน้ำออกจากนาลงบ่อ ปลาหมอก็กลับเข้ามาในบ่อน้ำที่ขุดไว้ทำให้ลดต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา เป็นไปตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง แถมจับปลาหมอขายได้เงินหมื่นอีกด้วย อ่านต่อ

อ้างอิง กศน.อำเภอบึงนาราง
ผู้เขียน  นายประทีป   ฉายพงษ์ ครู กศน.ตำบลบึงนาราง
ภาพจาก  นายประทีป   ฉายพงษ์

กระยาสารทขนมงานบุญ อาชีพสะท้อนวัฒนธรรมบ้านรายชะโด

 กระยาสารทขนมงานบุญ อาชีพสะท้อนวัฒนธรรมบ้านรายชะโด

        กลุ่มชาวบ้านแม่บ้านสตรี บ้านรายชะโด จังหวัดพิจิตร ที่ว่างเว้นจากการทำการเกษตร ระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต ใช้เวลาว่างรวมตัวกันทำขนมไทย หรือที่เรียกว่า "ขนมกระยาสารท" ส่งจำหน่ายในช่วงตลอดระยะเวลา 3 เดือนออกเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนและครอบครัว

        โดยการทำขนมกระยาสารท ของกลุ่มชาวบ้านรายชะโด ภายใต้แบรนด์ "กระยาสารทสามสหาย" จะใช้วิธีแบบดั้งเดิม โดยใช้ไม้ไผ่เป็นเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มกลิ่นควันไม้ ในขนมกระยาสารท ซึ่งตอนแรกนำน้ำตาลปี๊บเคี่ยวกับไฟจนแตกมันเป็นสีน้ำตาลอ่อน แล้วนำข้าวตอกแตก ถั่วลิสงคั่ว งาคั่ว ที่เตรียมไว้ มาผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปวางบนแบบที่โรยด้วย ถั่วและงา แล้วตัดเป็นแผ่น และบรรจุถุงออกจำหน่าย ซึ่งทางกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์จำนวน 3 รส คือ รสดอกอัญชัญ รสใบเตย และรสน้ำผึ้ง อ่านต่อ

ผู้เขียน นางเฉลา เขียวเขิน

ดอกไม้สร้างรายได้สร้างอาชีพ“การจัดแจกันดอกไม้แห้ง”

 ดอกไม้สร้างรายได้สร้างอาชีพ“การจัดแจกันดอกไม้แห้ง”

        การจัดแจกันดอกไม้แห้ง นำทีมโดยนางสาวทิติมา จันมล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โดยเล็งเห็นอาชีพที่จะสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนได้ โดยศึกษาด้วยตนเองมาจากงบงบประมาณส่วนตัว ค่อยๆรวมกลุ่มกันจากการสร้างอาชีพของ หน่วยงาน กศน.อำเภอสามง่าม เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็นอาชีพภายในตำบลโดยเริ่มรับงานจัดดอกไม้ในพิธีต่างๆ เช่น งานแต่ง งานบวชและงานศพ อ่านต่อ



ผู้เขียน นายสุรเดช มู้จันทร์


อุปกรณ์คลายนิ้วล็อค” นิ้วล็อค ปลอดล็อคได้ !!

 อุปกรณ์คลายนิ้วล็อค นิ้วล็อค ปลอดล็อคได้ !!

        กลุ่มการทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อค ตั้งอยู่ที่ 45 หมู่ที่ 8 ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โดยการนำของนางสละ เขียวขำ  อุปกรณ์คลายนิ้วล็อคเป็นเครื่องมือกายภาพบำบัดคลายนิ้ว  ช่วยให้นิ้วบรรเทาจากอาการนิ้วล็อค นิ้วเก อาการมือชา ยืดเอ็นกล้ามเนื้อ บริหารกล้ามเนื้อมือ ข้อมือ นิ้วมือ ให้ลดอาการปวดตามข้อ ช่วยให้นิ้วมือผ่อนคลาย หายจากความปวดเมื่อย ลดรายจ่ายในการรักษาพยาบาล เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อมือติดต่อกันเวลานาน อาจเกิดจากการเขียนเอกสาร เล่นเกม เป็นต้น มีราคาย่อมเยาว์ เหมาะสมกับผู้บริโภค

        การทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อคจากผักตบชวา เริ่มต้นปี 2558 เนื่องจากประชาชนในพื้นที่  มีอาการนิ้วล็อคเป็นจำนวนหนึ่ง จึงคิดค้น หาอุปกรณ์มากายภาพบำบัดคลายนิ้วให้บรรเทาจากอาการล็อค  นิ้วเก โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาประกอบด้วย อีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มแพทย์แผนไทย  จึงเกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้ที่สนใจทำ และหารายได้ให้กับครอบครัว  จัดตั้งกลุ่มทำผลิตภัณฑ์อุปกรณ์คลายนิ้วล็อคขึ้น  ในการทำในช่วงเริ่มแรกนั้น เริ่มจากการนำเชือกกล้วยมาทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อค  เมื่อแม่ค้าคนกลางนำไปจำหน่ายในตลาด และพื้นที่จัดแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ไม่ค่อยเป็นที่สนใจ  สมาชิกกลุ่มจึงศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมนำมาปรับทำผลิตภัณฑ์ จึงลองนำผักตบชวาที่มีมากในชุมชนมาสานเป็นอุปกรณ์คลายนิ้วล็อค จากศึกษาผักตบชวามีความยืดหยุ่น มีความนิ่มกว่าเชือกกล้วย  แต่เมื่อทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาเมื่อทำเสร็จ ต้องนำมาตากแดดให้แห้งก่อนบรรจุลงบรรจุภัณฑ์  หากไม่แห้งแล้วบรรจุเลย เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งตัวชิ้นผลิตภัณฑ์จะขึ้นรา ไม่สามารถนำมาใช้งานได้  เมื่อได้ผลิตภัณฑ์คลายนิ้วล็อคจากผักตบชวา แม่ค้าคนกลางนำไปทดลองขายในพื้นที่จัดแสดงสินค้า ผลตอบรับจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผู้เป้าหมายผู้เป็นนิ้วล็อค ปรากฏว่ากลุ่มเป้าหมายซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักตบชวา มีจำนวนมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเชือกกล้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทางกลุ่มจึงทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อคจากผักตบชวาในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ต่อมาสมาชิกกลุ่มจึงปรับปรุงแพคเกจผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า  ในปัจจุบันอุปกรณ์คลายนิ้วล็อคเป็นที่ต้องการของกลุ่มแพทย์แผนไทย เหมาะสมกับการกายภาพบำบัดผู้ที่มีอาการนิ้วล็อคเป็นอย่างมาก อ่านต่อ

หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน อาชีพท้องถิ่นบ้านท่านั่ง

 หลังสู้ฟ้า  หน้าสู้ดิน  อาชีพท้องถิ่นบ้านท่านั่ง

        ประชาชนบ้านท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม  การทำนาปลูกช้าว  ทำสวน  ปลูกผัก  เลี้ยงสัตว์  ซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ  และถ่ายทอดสู่คนในครอบครัว อาชีพเกษตรกรรม โดยพาะการทำนาปลูกข้าวถือเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านท่านั่งที่สร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัว ทำให้สมาชิกในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ช่วยเหลือและแบ่งหน้าที่กัน  เกิดความอบอุ่นในครอบครัว


        การทำนาของประชาชนบ้านท่านั่งมีการทำนาปีและนาปรัง  มีแหล่งน้ำธรรมชาติและคลองชลประทานที่ใช้เป็นแหล่งน้ำในการทำนา  หากปีใดเกิดภัยแล้งก็จะทำนาปีเพราะต้องอาศัยน้ำฝน  พันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกในการทำนาปีได้แก่  ข้าวหอมมะลิ  เพราะชาวนาจะแบ่งผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งไว้บริโภคในครัวเรือน  อีกส่วนหนึ่งจะนำไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุนในการทำนาครั้งต่อไป  การทำนาปรังของเกษตรกรบ้านท่านั่ง  จะทำปีละ 2-3 ครั้ง  ใช้วิธีการปลูกข้าวแบบหว่านน้ำตม   และการปักดำ  พันธุ์ข้าวที่ปลูกจะเป็นพันธุ์ที่ใช้ระยะเวลาในการเติบโตเร็ว และเก็บเกี่ยวในระยะเวลาอันสั้นช่วง 90-120 วัน  ได้แก่ ข้าว กข 41 , ข้าว กข 47 อ่านต่อ

ข้อมูลจาก นางภัทราพันธุ์  ทองป้อม เกษตรกรบ้านท่านั่ง  อ.โพทะเล จ.พิจิตร
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

อาชีพ ทำนา รับจ้างต่าง ๆ

 อาชีพ ทำนา รับจ้างต่าง ๆ

        เมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว ได้มีชาวบ้านเชื้อสายไทยยวนหรือลาวยวนจากเขตอำเภอเมือง  อำเภอหนองแซง และอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ได้พากันอพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากิน ใน เขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร บริเวณบ้านลำประดาปัจจุบัน มีการบุกเบิกบริเวณดังกล่าวเพื่อทำการเกษตรกรรม  ซึ่งในบริเวณดังกล่าวจะมีน้ำไหลผ่าน และลำน้ำดังกล่าวจะมีแมงดาอาศัยอยู่มาก จึงเรียกว่า “ลำแมงดา” ภายหลังเรียกเพี้ยนเป็น “ลำประดา” ตำบลลำประดามี 10 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมดจำนวน  2,589 คน แยกเป็น ชาย 1,302 คน หญิง 1,287 คนมีพื้นที่ทั้งหมด 39.79 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 27,861 ไร่ มีพื้นที่บางส่วนที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงเหมาะแก่การเพาะปลูกไม่มีแม่น้ำไหลผ่านตำบล สภาพลำคลองเป็น ลำคลองเล็กๆ ในฤดูแล้งน้ำในลำคลองจะแห้งขอดไม่มีน้ำ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ทำนา) เมื่อว่างจากฤดูทำนาแล้วก็จะว่างงาน เนื่องจากสภาพพื้นที่แห้งแล้ง จึงไม่สามารถทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับการเกษตรได้อีก   มีบางส่วนไป ทำงานนอกหมู่บ้าน เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ส่วนในหมู่บ้านที่มีอาชีพเสริม ได้แก่ เย็บผ้า ปลูกผัก และค้าขาย ตามตลาดนัด บางส่วนจะอพยพไปใช้แรงงานในเมืองใหญ่  ตำบลลำประดาโดยทั่วไปจะเป็นสังคมเกษตร มีวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน คือ มีความเรียบง่ายใช้ ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ค่อยมีการแข่งขันทำให้ชาวบ้านในตำบลลำประดาแห่งนี้มีการพึ่งพออาศัยกันอยู่ ตลอดเวลา สภาพเศรษฐกิจประชาชนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ประกอบอาชีพทำนา ส่วนที่เหลือ เป็น อาชีพค้าขาย รับจ้างเลี้ยงสัตว์ ทำสวน และรับราชการ จึงทำให้ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจของตำบลแห่งนี้



รูปภาพ : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
อ้างอิง : https://web.codi.or.th/20200202-10576/
ผู้เขียน : นางสาวสาวิตรี โพธิ์เย็น

อาชีพท้องถิ่นตำบลทับหมัน


อาชีพท้องถิ่นตำบลทับหมัน

ประวัติความเป็นมาของชุมชน สมัยก่อนตำบลทับหมัน ได้เป็นสถานที่ตั้งฐานทัพของพระเจ้าเสือและยกกองทัพมาตั้งบริเวณตำบลทับหมันเป็นเวลานาน จนประชาชนในตำบลเรียกชื่อบ้านว่า “บ้านทัพมั่น” และต่อมาได้เกิดเรียกเพี้ยนมาเป็น “ บ้านทับหมัน ” พิกัดตำบลทับหมัน 16.219906 100.3002744

ตำบลทับหมันสมัยก่อนขึ้นอยู่กับตำบลคลองคูณ กิ่งอำเภอบางคลาน ต่อมาย้ายมาขึ้นกับ    ตำบลวังหว้า อำเภอบางมูลนาก และมาขึ้นกับตำบลวังสำโรง กิ่งอำเภอตะพานหิน และขึ้นกับอำเภอตะพานหิน ตามที่ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ  ในปี  พ.ศ. ๒๕๒๖ บ้านทับหมันได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นตำบล โดยมีหมู่บ้าน จำนวน ๕ หมู่บ้าน และหมู่บ้านขยายมากขึ้นจึงได้แยกหมู่บ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง ปัจจุบันตำบลทับหมัน  มีหมู่บ้านทั้งหมด ๖ หมู่บ้าน อ่านต่อ


ผู้ให้ข้อมูล นายอนันต์  เอมสาร ผู้ใหญ่ หมู่ ๕ บ้านบึงประดู่ ตำบลทับหมัน

ผู้เรียบเรียง  นางสาวนันทวัน  อ่อนจิตร ครู กศน.ตำบลทับหมัน

การเพาะเห็ดนางฟ้า

 การเพาะเห็ดนางฟ้า

        “เห็ดนางฟ้า” เป็นอาชีพและช่องทางทำกินได้อย่างน่าสนใจ และสามารถเลือกหารับประทานได้ง่าย เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากทานอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะทั้งสด ไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพ จากแนวโน้มความนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพดังกล่าว ทำให้มีผู้ที่สนใจเรียนการเพาะเห็ดนางฟ้า แต่ไม่มีหน่วยงานหรือบุคคลเปิดสอน ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่มาทำธุรกิจเพาะเห็ดนางฟ้ายังมีน้อย อาชีพการเพาะเห็ดนางฟ้า สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงหรือไปสู่การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานเป็นไปตามหลักการของการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อ่านต่อ



แหล่งข้อมูล : https://web.facebook.com/profile.php?id=100010780324320 นางมานิส ขุนอินทร์

ผู้เขียน : นายอุทัย นนทอง


เกษตรปลอดสารพิษบ้านเขาโล้น

 เกษตรปลอดสารพิษบ้านเข้าโล้น


        เขาเจ็ดลูก” หรือ “ตำบลเขาเจ็ดลูก” จากการศึกษาพบว่า น่าเป็นการเรียกชื่อตามลักษณะที่เด่นชัดส่วนหนึ่งของพื้นที่     โดยพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเชิงเขาที่เรียงติดต่อกันซึ่งสา มารถนับได้จำนวน 7 ลูก จึงได้นำเอาจำนวนของเชิงเขาที่เรียงติดต่อกันซึ่งมีจำนวน 7 ลูก อันเป็นลักษณะเด่นของพื้นที่ มาตั้งเป็นชื่อของพื้นที่ที่ใช้เรียกกันจนถึงปัจจุบันว่า “เขาเจ็ดลูก” หรือ “ตำบลเขาเจ็ดลูก”

        ตำบลเขาเจ็ดลูก” เป็นตำบลหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การปกครองของอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2526 ได้มีการแยกพื้นที่การปกครองของอำเภอตะพานหิน ออกจากพื้นที่การปกครองใหม่ คือ “กิ่งอำเภอทับคล้อ” จากที่ได้มีการแบ่งแยกพื้นที่จากการปกครองของอำเภอตะพานหินออกม าเป็นกิ่งอำเภอทับคล้อนี้เอง จึงทำให้ตำบลเขาเจ็ดลูกถูกแยกออกมาเป็นตำบลหนึ่งในเขตพื้นที่กา รปกครองของ “กิ่งอำเภอทับคล้อ” ซึ่งปัจจุบันก็คือ “อำเภอทับคล้อ” นั่นเอง อ่านต่อ

ผู้เขียน ว่าที่ร้อยตรียุทธภูมิ  ทองสรวง
ผู้ถ่ายภาพ ว่าที่ร้อยตรียุทธภูมิ  ทองสรวง


การเพาะเห็ดฟาง

 การเพาะเห็ดฟาง

    แรกเริ่มอาชีพการเพาะเห็ดฟาง เมื่อวันที่ 20  เมษายน  พ.ศ. 2548 โดยการจัดสมาชิกเพื่อมาทำการการเพาะเห็ดฟางซึ่งทางหน่วยงาน กศน.ตำบลบ้านนา นำโดยอาจารย์ ลัดดา  แสงอ่อน ตำแหน่ง ครูอาสา มาให้ความรู้โดยตลอดระยะแรกๆ ก็ยังขายไม่ได้เลยต้องแบ่งปันกันไปทำอาหาร และต่อมามีลูกค้ามาสนใจสินค้าจึงมาติดต่อให้ทำการเพาะเห็ดฟางส่งให้กับลูกค้าโดยเป็นจำนวนมาก เห็ดฟางเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้นเพาะได้ไม่ยาก อีกทั้งเป็นอาหารที่คู่ครัวคนไทยมายาวช้านานการเริ่มต้นทำธุรกิจเพาะเห็ดฟางก็ไม่ยาก เพียงแค่สนใจ ใส่ใจ และผ่านการอบรมเพียงวันเดียวก็เรียนรู้ได้ครบถ้วย วัสดุก็หาได้ง่ายตามท้องถิ่นเริ่มต้นจากทำโรงเรือนขนาด 140 ตารางเมตร กว้าง 6 เมตร ยาว 10 เมตร หลังคามุงแฝก ลงทุนไม่เกิน 5 หมื่นบาท ใช้ได้ไม่น้อยกว่า 5 ปี



    เขาบอกว่าการเพาะเห็ดฟางซื้อหัวเชื้อรวมค่าแรงคนงานไม่เกิน 2,500 บาท ใน 2 รุ่น จากนั้นดูแลรักษาก็เก็บผลผลิตได้อย่างน้อย 100 กก.ต่อ 1 รอบ 15 วัน ต่อรุ่น ขายกิโลกรัมละ 50 บาท 1 เดือน มีรายได้แบบรับประกันราคากำไรเห็นๆ 5,000-7,500 บาท เป็นอย่างต่ำ เรื่องตลาดไม่ต้องห่วงมีผู้ซื้อมาจองคิวแย่งซื้อกันเรียกได้ว่า มีน้อยขายยาก มีมากขายง่ายเพราะตลาดไทหรือตลาด 4 มุมเมือง ตลาดปากคลองตลาด ตลาดในท้องถิ่นพิจิตร ก็ล้วนมีความต้องการสั่งเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนผลิตแทบไม่ทัน อ่านต่อ

ผู้ให้ข้อมูล
นายชัย  ลินมา
ผู้เขียน
นายธนัญชัย  วิเชียรสรรค์

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดพิจิตร. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand