TKP HEADLINE

Showing posts with label 04.แหล่งท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label 04.แหล่งท่องเที่ยว. Show all posts

วัดทรงธรรม (ตลาดใต้)

 วัดทรงธรรม (ตลาดใต้)

        วัดทรงธรรม เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร มีข้อมูลว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 สถานที่สำคัญๆ ภายในวัดก็คือวิหารซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านในละแวกนี้เชื่อกันว่า มีการเจิมของเทวดาในการสร้างพระพุทธรูปที่พระนลาฎ หรือหน้าผาก รอยสีขาวจะปรากฏขึ้นเมื่อเราเดินไปถึงช่องประตูทางเข้าวิหาร แต่เมื่อเดินเข้าไปข้างในใกล้องค์พระจะมองไม่เห็นจุดสีขาวนั้นอีก

        พระพุทธเทวประชานาถบพิตร พระประธานในวิหาร ที่เลื่องลือกันในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และรอยเจิมที่พระนลาฎ (หน้าผาก) ก่อนที่จะก้าวเข้าไปภายในให้สังเกตที่องค์พระจะเห็นรอยสีขาวอยู่ระหว่างพระขนง (คิ้ว) ภาพที่ถ่ายมาก็เห็นได้ชัดเจนแต่พอย่อลงก็ทำให้จุดสีขาวนั้นเล็กลงไปด้วยแต่ก็ยังพอจะมองเห็นได้ สำหรับพระพุทธรูป พระพุทธเทวประชานาถบพิตร นี้สร้างเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2534 โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ปธ.๙) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสสามพระยาเป็นประธานเททองหล่อพระพุทธรูปนี้ ที่วัดพุทธภาวนาราม จังหวัดสมุทรปราการ และได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่แท่นชั่วคราว ณ วัดทรงธรรม อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2535 และท่านได้มาทำพิธีเบิกพระเนตรเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2535 ต่อมาท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสโร ปธ.๙) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปเข้าประดิษฐานไว้ในวิหาร เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2540 และเป็นประธานในพิธีถวายพระพุทธรูปไว้ในบวรพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2541 นายจรัญ-นางกาญจนา บุรพรัตน์ และครอบครัว สร้างพระพุทธรูปนี้ถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนาเพื่อบูชาพระคุณบิดามารดา นายทรงธรรม-นางจำรัส บุรพรัตน์ อ่านต่อ


ข้อมูลอ้างอิง  : ททท.สำนักงานนครสวรรค์ / ชมรมท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร
นายเจตน์สฤษฏิ์พงศ์ รัตนบวรกรกูล ครูกศน.ตำบล ผู้เขียน

ลอดโบสถ์เสริมสิริมงคล

 ลอดโบสถ์เสริมสิริมงคล


        วัดโพธิ์ไทรงาม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์ไทรงาม อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร โดยทางวัดได้จัดให้มีการลอดโบสถ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวโบราณว่า หากใครได้ ลอดโบสถ์ หรือพระอุโบสถได้ 3 วัด วัดละ 3 รอบ เคราะห์เบาจะหาย เคราะห์ร้ายจะบรรเทา เป็นการเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า หากได้ลอดหรือมุดแล้ว จะช่วยถอนคุณไสยมนต์ดำ เดรัจฉานวิชา เสน่ห์ยาแฝด หรือสิ่งอัปมงคลต่างๆ รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บ และเป็นสิริมงคลว่าเป็นการหนุนวาสนา หนุนดวง มั่งมีศรีสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงาน ขณะเดียวกัน ก็มีความเชื่อด้วยว่า “แม้เอาหน้าผากจรดพื้นอุโบสถสามารถขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สิ่งไม่ดีได้ อ่านต่อ


ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางทิวาพร ผิวงาม

ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นายวิรัลริสา ปานมงคล

สวนลุงตั๊ก(สวนอินทผลัม)

 สวนลุงตั๊ก (สวนอินทผลัม)

        หากพูดถึงผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง เจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย อย่าง อินทผลัม และได้เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อวงการผลไม้ในประเทศไทยได้ประมาณ กว่า 10 ปีแล้ว เกษตรกรมากมายต่างให้ความสนใจเนื่องจากเป็นพืชกระแสมาแรงในขณะนั้น อีกทั้งมีราคาที่หอมหวาน กิโลละไม่ต่ำกว่า 400 บาท นำไปสู่การสร้างรายได้ให้ผู้ปลูกเป็นอย่างดี ผู้ปลูกอินทผลัมในระยะแรกยังมีไม่มาก แต่เมื่อภายหลังตลาดเริ่มมีความชัดเจนขึ้นและมีราคาขายที่ไม่สู้ดีนัก จึงเป็นเหตุให้เกษตรกรหลายรายต่างหันมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจเพิ่มเติม จากแทนที่จะเป็นสวนอินทผลัมเพียงอย่างเดียว ก็ปรับปรุงทำให้เป็นสวนผสมผสาน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปในตัวเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่จากนักท่องเที่ยว อ่านต่อ



อ้างอิง
https://www.banmuang.co.th/news/region/117078
ผู้เขียน/เรียบเรียง : นางสาวอัญชลี  อยู่สินไชย  ครู กศน.ตำบลสากเหล็ก
ภาพ : นางสาวอัญชลี  อยู่สินไชย  ครู กศน.ตำบลสากเหล็ก

ตำในสวน

 ตำในสวน


        ร้านตำในสวน ร้านอาหารอีสานชื่อดังของตำบลวังทับไทร ตั้งอยู่ที่ 136/20 ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เป็นร้านอาหารอีสานบรรยากาศในสวน เย็นสบายมากร้านหนึ่งของตำบลวังทับไทร ด้วยการตกแต่งร้านที่เป็นธรรมชาติ เน้นบรรยากาศของต้นไม้ ต้นมะม่วงที่เป็นเอกลักษณ์ของตำบลวังทับไทร ดอกไม้ต่างๆ กับบรรยากาศสวนมะม่วงรายล้อม ทำให้ร้านนี้เป็นที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มพนักงาน หรือผู้ที่เดินทางผ่านมาก็ต้องแวะมาทานที่ร้านนี้ และนอกจากบรรยากาศของร้านที่ดีแล้ว รสชาติของอาหารก็รับประกันความอร่อยทุกเมนู ที่นี้จะมีเมนู “หมูจุ่ม” เมนูที่ทุกคนที่ไปจะต้องสั่งมาทานกันแทบทุกโต๊ะ นอกจากหมูจุ่มแล้วยังมีอาหารอีสานอีกหลากหลายเมนู เช่น ส้มตำ ลาบหมู ตับหวาน ต้มซุปเปอร์ ต้มเล้งแซ่บ ปีกไก่ทอดน้ำปลา ลาบปลาทับทิม แซลมอนกุ้งสดไข่แดงเค็ม ต้มยำกุ้งน้ำข้น คอหมูย่าง และเมนูอื่นๆบริการลูกค้าอีกมากมายหลายเมนู อ่านต่อ

ผู้เขียน นายวีรฉัตร น้อยทรัพย์ ครู กศน.ตำบลวังทับไทร
ภาพ : ร้านตำในสวน | Facebook

บึงคลองทราย

 บึงคลองทราย

        “บึงคลองทราย” ตั้งอยู่ในหมู่ 2 บ้านคลองทราย ตำบลหนองหญ้าไทร จังหวัดพิจิตร เป็นบึงสาธารณะขนาดใหญ่ในตำบลหนองหญ้าไทร แต่เดิมใช้เป็นที่รองรับน้ำที่ไหลหลากมาในหน้าฝนจากอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก แต่เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำในบึงก็จะเหลือน้อยไม่เพียงพอต่อการเกษตร ปัจจุบันได้สร้างเป็นฟายน้ำล้นเพื่อเก็บกักน้ำแบบถาวร มีการขุดลอกบึง เพื่อใช้สำหรับรองรับปริมาณน้ำที่ไหลหลากมาเป็นจำนวนมาก ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในจังหวัดพิจิตร และใช้เป็นสถานที่เพาะพันธ์ปลา ที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป จัดสรรน้ำไว้ใช้เมื่อถึงหน้าแล้งเพื่อทำการเกษตรในตำบล อ่านต่อ



อ้างอิง
http://www.m-culture.in.th/album/137273/บึงคลองทราย
ผู้เขียน/เรียบเรียง นางสาวศิริรัตน์ ชูจิ๋ว ครู กศน.ตำบลหนองหญ้าไทร
ภาพ : นางสาวศิริรัตน์ ชูจิ๋ว ครู กศน.ตำบลหนองหญ้าไทร

วัดบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

 วัดบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

         วัดบึงนาราง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏผู้ก่อสร้าง และได้ร้างลงตอนเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๖๒ ได้มีพระพร้อมคณะศรัทธาร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ และได้รับวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ. ๒๓๗๖ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ปัจจุบันมีเจ้าอาวาสมาแล้ว ๑๓ รูป โดยภายในวัดมีสถานที่สำคัญ ดังนี้


        ๑) อุโบสถหลังเก่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นโบสถ์มหาอุตถ์ อายุกว่า ๕๐๐ ปี เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเชียงแสน และรูปหล่อหลวงปู่ชม อดีตเจ้าอาวาส และศาลาการเปรียญ เป็นศาลาโบราณ อายุกว่า ๑๐๐ ปี เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อสุโข พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ อายุกว่า ๗๐๐ ปี และพระพุทธรูปโบราณอื่น ๆ

        ๒) พิพิธภัณฑ์บึงนาราง ( ตั้งอยู่ด้านบนของศาลาการเปรียญวัดบึงนาราง) ซึ่งจัดแสดงวัตถุโบราณตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบัน อ่านต่อ


อ้างอิง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร
ภาพจาก  สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร
ผู้เขียน  นายประทีป   ฉายพงษ์ ครู กศน.ตำบลบึงนาราง

เจ้าตำหลับแหวนตะกร้อ หลวงพ่อขวัญ ปวโร

 เจ้าตำหลับแหวนตะกร้อ หลวงพ่อขวัญ ปวโร

        วัดเทพสิทธิการาม (วัดบ้านไร่) ตั้งอยู่เลขที่หมู่ 10 ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทย ได้เก็บรักษาศพพระเกจิผู้ใหญ่ (หลวงพ่อขวัญ ปวโร) เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้

        วัดบ้านไร่ จังหวัดพิจิตร มีสังขารของหลวงพ่อขวัญ อดีตเกจิอาจารย์ดังอีกรูปหนึ่งของเมืองพิจิตร จริงๆแล้ววัดนี้มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อขวัญ หรือ พระครูพิมลธรรมานุศิษฐ์ เดิมชื่อ ขวัญ หมอกมืด เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๕๑ ที่บ้านไร่ ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ เดือน ๔ แรม ๘ ค่ำ ที่วัดบ้านนา ตำบลบ้านนา อำเภอสามง่าม ท่านเป็นพระนักพัฒนาและพระนักก่อสร้าง ท่านให้ความช่วยเหลือสังคมโดยการบริจาคทรัพย์ในการก่อสร้างที่ศาสนสถาน สถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานทางราชการต่าง ๆ โดยท่านได้สร้างวัตถุมงคลให้ไว้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมบริจาคสมทบ ได้แก่ พระสมเด็จเพชรหลีก ,ตะกรุด และที่นิยมโดยทั่วไป ได้แก่ แหวนพระพิรอด แต่คนส่วนมากมักจะเรียกว่า แหวนตะกร้อ ท่านละสังขารเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ รวมสิริอายุได้ ๙๗ ปี คำพูดที่ฮือฮามากในช่วงนั้น(๒๐ กว่าปีมาแล้ว) คือคำพูดของหลวงพ่อเกษม เขมโก ที่คนพิจิตรมักจะพูดถึงคือ มีคนพิจิตรไปกราบหลวงพ่อเกษมแล้วหลวงพ่อเกษมพูดว่า "มาทำไมถึงที่นี่ ที่พิจิตรก็มีหลวงพ่อขวัญ" อ่านต่อ

ผู้เขียน นางเฉลา เขียวเขิน

วัดใหม่ปลายห้วย แหล่งอารยธรรมทางศาสนา

 วัดใหม่ปลายห้วย แหล่งอารยธรรมทางศาสนา

        วัดใหม่ปลายห้วย สถานที่บ้านปลายห้วย หมู่ที่ 11 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2537 เริ่มต้นจากกระท่อมหลังเล็กๆ ในเนื้อที่ 1 งาน ต่อมานายวงษ์  เที่ยงอยู่ ได้บริจาคที่ดินให้สร้างวัดแห่งนี้ จำนวน 2ไร่เศษ ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์พระภิกษุ ชื่อหลวงตาดี สุภทฺโท มาอยู่จำพรรษา ณ วัดแห่งนี้เป็นรูปแรก แต่ด้วยความอัตคัดและลำบากในหลายเรื่อง จึงทำให้ท่านย้ายไปอยู่ที่อื่น


        หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2538 หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ได้มาบูรณะวัดใหม่ปลายห้วยแห่งนี้ใหม่ ญาติโยมมีจิตศรัทธาร่วมถวายที่ดินให้กับหลวงปู่ฯ เพื่อใช้บำเพ็ญสมณะธรรม และหลวงปู่ทองดี ท่านได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการขยายพื้นที่ของวัดจนปัจจุบันมีเนื้อที่โดยรวม 80 ไร่ และสถานที่ปฏิบัติธรรมอีก 50 ไร่ หลวงปู่ฯ  ได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดใหม่ปลายห้วย อาทิ เช่น ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ อุโบสถ ศาลาปฏิบัติธรรม เจดีย์สถาน ลานธรรม คติธรรม นรก สวรรค์ สุภาษิตไทย และ หลวงปู่เทพโลกอุดร พระยืน พระนั่ง พระนอน ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง จนมีความสวยงามร่มเย็นเหมาะสมและเอื้อแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมากทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้สนใจในธรรมแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย อ่านต่อ

http://www.watmaiplaihouy.com/index.php/h-001
https://www.noenpo.go.th/travel_detail.php?id=533
ผู้เขียน นายสุรเดช มู้จันทร์

“หลวงพ่อเงิน วัดท้ายน้ำ(วัดเก่าหลวงพ่อเงิน)” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจผู้คนตำบลท้ายน้ำ

 “หลวงพ่อเงิน วัดท้ายน้ำ(วัดเก่าหลวงพ่อเงิน)” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจผู้คนตำบลท้ายน้ำ

วัดท้ายน้ำ (วัดเก่าหลวงพ่อเงิน) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ ตามประวัติเล่าว่า เป็นวัดเก่าที่หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน เคยจำพรรษาอยู่ ก่อนจะไปที่วัดบางคลาน เคยจำพรรษาอยู่ก่อนจะไปที่วัดบางคลาน จึงมีคำต่อท้ายว่า วัดเก่าหลวงพ่อเงิน และมีวิหารพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเงิน


วัดท้ายน้ำ (วัดเก่าหลวงพ่อเงิน) มีอายุมากกว่า 140 ปี สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2419 และตั้งขึ้นเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ.2423 จากหลักฐานทางศิลาจารึกที่ขุดพบมีข้อความว่า “ขรัวอินทร์ผู้สร้างและสรรพบุรุษทั้งหลายช่วยกันสร้างชื่อว่าวัดช่องลม ขอให้ภิญโญยิ่งเทอญ พ.ศ.2430” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดไปตามชื่อตำบลท้ายน้ำ และเรียกชื่อวัดใหม่ว่า "วัดท้ายน้ำ" มาจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2499 และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2501 อ่านต่อ


อ้างอิง
https://www.taynam.go.th/travel_detail.php?id=187
ภาพ นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข
ผู้เขียน นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข

 


แหล่งท่องเที่ยวบ้านท่านั่ง ชมเตาเผาโบราณ “เตานพเก้าว์”

 แหล่งท่องเที่ยวบ้านท่านั่ง ชมเตาเผาโบราณ  “เตานพเก้าว์”

การขุดพบเตาเผาโบราณ  มีที่มาจากการขุดลอกคลองบึงวัดป่า  ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่านั่ง  หมู่ที่  4  ตำบลท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  โดยการขุดลอกคลองแห่งนี้ได้ใช้รถแบกโฮ  และได้พบอุโมงค์ขนาดใหญ่  บริเวณอุโมงค์พบเครื่องปั้นดินเผาโบราณ  บางชิ้นมีร่องรอยแตกหัก  บางชิ้นคงสภาพที่สมบูรณ์ 


               การขุดค้นทางโบราณคดีในระยะที่ ๑ พบหลักฐานเป็นเตาเผาโบราณ ลักษณะเป็นเตาระบายความร้อนแบบแนวนอน (crossdraft klin) เตามีหลังคาโค้งรีคล้ายประทุนเรือ ก่อด้วยดิน ผนังเตามีคราบซิลิก้าละลายติดอยู่ เตามีขนาดกว้าง ๒.๙๐ เมตร ยาว ๙ เมตร วางตัวตามแนวแกนทิศเหนือ-ใต้ สภาพไม่สมบูรณ์   แหล่งเตาแห่งนี้นับว่าเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง และในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพราะแหล่งเตาเผาภาชนะดินเผาประเภทเนื้อแกร่งในประเทศไทยนั้นมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น อ่านต่อ

อ้างอิง
ข้อมูลจากนายนเรศ  กลิ่นสง่า  ชาวบ้านท่านั่ง
https://www.finearts.go.th/fad6/view/24821 -แหล่งเตาเผาเครื่องถ้วยแห่งใหม่--ที่จ-พิจิตร
https://siamrath.co.th/n/238277
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

วัดท่าบัว

 วัดท่าบัว

วัดท่าบัว ตั้งเมื่อ วันที่ - เดือน - พ.ศ. ๒๓๗๔ วัดท่าบัว ตั้งอยู่เลขที่ ๔๑ บ้านท่าบัว หมู่ ๔ ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อาณาเขตทิศเหนือติดกับแม่น้ำแควพิจิตรเก่า ทิศใต้ติดต่อกับถนนสายบางคลาน ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าบัว ทิศตะวันตกติดต่อกับหมู่บ้านประชาชน


        ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๓๗๔ มีนามตามชื่อ หมู่บ้าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๓ เขดวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๒ เมตร ยาว ๔๒ เมตร ได้ผูกพัทธสีมา วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๖ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นต้นมา อ่านต่อ

อ้างอิง  https://www.facebook.com/Raikhangbaan/
Facebook Fanpage : ไร่ข้างบ้าน Rai khang baan ฝรั่งหงเป่าสือ มะนาวแป้นพิจิตร ส้มโอทับทิมสยาม
ผู้เขียน นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด

วัดท่าช้าง (ตำบลเนินมะกอก)

 วัดท่าช้าง (ตำบลเนินมะกอก)

เนื่องจากตำบลลำประดา เป็นตำบลขนาดเล็กเลยไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรที่เด่นชัด เราเลยมีแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงกับตำบลลำประดา อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร คือ วัดท่าช้าง อยู่ในเขตของ (ตำบลเนินมะกอก) อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินมะกอก อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากตำบลลำประดา ประมาณ 17 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง พระพุทธรูปสลักด้วยหินทราย อ่านต่อ

รูปภาพ Phichitguide.com

ผู้เขียน  นางสาวสาวิตรี  โพธิ์เย็น

แหล่งท่องเที่ยวชุมชนตำบลทับหมัน

 แหล่งท่องเที่ยวชุมชนตำบลทับหมัน



    ในสมัยก่อนพื้นที่บ้านบึงประดู่ มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง เดิมชื่อ “บ้านท่ามะขาม” และได้เปลี่ยนมาเป็นบ้านบึงประดู่ เนื่องจากมีต้นประดู่ขนาดใหญ่อยู่กลางบึงของหมู่บ้าน ประชาชนเลยเรียกว่า “บ้านบึงประดู่” ประชาชนบ้านบึงประดู่ส่วนใหญ่อพยพมาจากตำบลวัดขวาง อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เป็นส่วนใหญ่ และมาตั้งถิ่นฐาน ผู้ใหญ่สุนทร บัวบานเป็นผู้ใหญ่คนแรก  ผู้ใหญ่ในปัจจุบัน คือ ผู้ใหญ่อนันต์  เอมสาร

    ประวัติ/ความเป็นมา(โดยย่อลักษณะของแหล่งเรียนรู้ เป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่ ๕๓  ไร่ โครงการคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว  การแปรรูปข้าวด้วยการซีนใส่ถุง การเลี้ยงปลาในบึง การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำน้ำส้มควันไม้ การทำแปลงเกษตรนาแปลงใหญ่ องค์ความรู้ภายในแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ โครงการคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว  การแปรรูปข้าวด้วยการซีนใส่ถุง การเลี้ยงปลาในบึง การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำน้ำส้มควันไม้ การทำแปลงเกษตรนาแปลงใหญ่ กระบวนการเรียนรู้ .มีการจัดฝึกอบรม เป็นแหล่งศึกษาดูงานการทำแปลงเกษตรนาแปลงใหญ่ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  พีน้องประชาชนที่บ้านบึงประดู่มีความเป็นกันเองอัธยาศัยดี และมีขนมอร่อยที่หน้าทานอีกหลายอย่าง จึงได้รับเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านบึงประดู่ ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร อ่านต่อ

อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=A4XhnEfwdaM

ชุมชนท่องเที่ยว วิถีถิ่น วิถีไทย วิถีชีวิต ชนบท

 ชุมชนท่องเที่ยว วิถีถิ่น วิถีไทย วิถีชีวิต ชนบท

        หลวงพ่อเขียน กราบนมัสการหลวงพ่อเขียน​ ธมฺรกฺขิโต​ วัดสำนักขุนเณร​ จังหวัดพิจิตร​ พระอริยสงฆ์ผู้ทรงวาจาสิทธิ์เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของเหล่าสาธุชนและคณะศิษยานุศิษย์มีความเชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศจนได้รับการยกย่องจากชาวพิจิตร


        พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัดสำนักขุนเณร ก่อตั้งขึ้นโดยความคิดของพระครูสิริสุตโสภณ, ดร. (จำเนียร คำสุข) เนื่องจากท่านสังเกตเห็นโบราณวัตถุและเอกสารโบราณต่างๆ ที่ถูกเก็บรักษากระจัดกระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ภายในวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารโบราณ เช่น ใบลาน สมุดไทย สมุดข่อยจำนวนมากซึ่งมีทั้งตำรายาแผนโบราณและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแล จึงได้ริเริ่มเก็บรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ ในวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๕ จนในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงสามารถนำเอกสารโบราณต่างๆ มาจัดแสดงให้ประชาชนได้เข้าชม โดยใช้พื้นที่ของหอสวดมนต์ เป็นอาคารสำหรับจัดแสดง เพื่อพระสงฆ์จะได้ดูแลรักษาเอกสารและวัตถุโบราณต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงได้โดยสะดวก ซึ่งสิ่งของที่นำมาจัด แสดงให้ชมยังมีจำนวนไม่มากนัก เอกสารและวัตถุโบราณที่นำมาจัดแสดงบางส่วนในพิพิธภัณฑ์ได้รับบริจาคมาจากชุมชน เพื่ออนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด และราชการ(หลักบวร) นำโดยเจ้าอาวาส คณะสงฆ์วัดสำนักขุนเณร ซึ่งปัจจุบันมีตู้จัดแสดงจนถึงปัจจุบัน อ่านต่อ


แหล่งข้อมูล : วัดสำนักขุนเณร หมู่ ๑ ตำบลสำนักขุนเณร อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร
ผู้เขียน : นายอุทัย นนทอง

ดอกกกระเจียวยักษ์บ้านเขาโล้น

 ดอกกกระเจียวยักษ์บ้านเขาโล้น

แหล่งทุ่งดอกกระเจียวขนาดใหญ่ ทางธรรมชาติในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น  เนื้อที่ 400 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ เขาโล้น เขาชะอมและเขาตะพานนาก หมู่ที่ 6 บ้านเขาโล้น ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร โดยจุดที่พบดอกกระเจียวยักษ์เป็นบริเวณพื้นที่เขาชะอมและเขาตะพานนาก ที่มีต้นกระเจียวออกดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ความกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ชูช่อสีชมพู สลับสีขาว ตัดกับใบสีเขียว กระจายปกคลุมพื้นที่  สร้างความประทับใจ       ในความสวยงามกับผู้พบเห็นดอกกระเจียวยักษ์ที่มีหลายหมื่นดอกและพืชสมุนไพรดอกไม้ป่าจำนวนมากโดยเฉพาะดอกกระเจียวยักษ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ บริเวณลำธารทางระบาย น้ำจะพบจำนวนมาก ซึ่งดอกกระเจียวจะออกดอกอวดความสวยงามตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึง สิ้น เดือนกันยายน นับเป็นแหล่งชมดอกกระเจียว UNSEEN IN THAILAND  ในช่วงฤดูฝนที่จะทำให้คุณประทับใจ โดยในปี2565 นี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมได้ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคมนี้


        หากนักท่องเที่ยว หรือประชาชนที่สนใจสามารถชมความงามของดอกกระเจียวยักษ์ได้โดยการเดินทางด้วยรถยนต์เข้าชมสะดวก โดยป่าชุมชนบ้านเขาโล้น ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ซึ่งอยู่ห่างจากถนนสาย 11 ถนนเอเชียสายเก่า ตากฟ้า-วังทอง เพียง 5 กิโลเมตร รถยนต์จอดได้ถึงตีนเขา ส่วนการเข้าชมใช้วิธีเดินเท้าระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษก็สามารถชมความงามทั้งดอกกระเจียวและพืชชนิดอื่นๆ เช่น ดอกกระทือ ดอกไม้ป่า  พืชสมุนไพร ที่มีอยู่มาก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมความงามที่เหมาะสมควรเป็นหมู่คณะไม่เกิน 10 คน โดยคณะกรรมการป่าชุมชน จะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นอาสาสมัครในชุมชนนำเข้าชมความสวยงามพร้อมให้ความรู้ตามเส้นทางที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ อ่านต่อ

ผู้เขียน ว่าที่ร้อยตรียุทธภูมิ  ทองสรวง
ผู้ถ่ายภาพ ว่าที่ร้อยตรียุทธภูมิ  ทองสรวง

วัดกรดงาม

วัดกรดงาม 

วัดกรดงาม หมู่ 5 ตำบลบ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร  วัดกรดงาม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร


วัดดกรดงาม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร มีสถานปฏิบัติธรรมสติปัฏฐานสี่ พัฒนาบุคลากร พระสงฆ์เรียนพระปริยัติธรรม เจ้าอาวาสวัดกรดงาม พระมหาชนะตน สติสมฺปนฺโน มีปฏิบัติธรรมทุกเดือน เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม สถานที่กว้างขวาง ข้างศาลาปฏิบัติธรรม ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ยามวิกฤติ ปลูกผักสวนครัวกินได้

 สำหรับวัดกรดงาม จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สักการะหลวงพ่อแวว อุปคุตฺ เป็นพระเกจิอาจารย์ มีวาจาสิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของชาวพิจิตร และเป็นพระสงฆ์ที่สมถะ และมีเมตตาสูงตลอดเวลา ท่านไม่ประสงค์สมณศักดิ์ใด อ่านต่อ

ผู้เขียน

นายธนัญชัย วิเชียรสรรค์

“วัฒนธรรมประเพณีไทยทรงดำ(บ้านห้วยห้าง)”

 “วัฒนธรรมประเพณีไทยทรงดำ(บ้านห้วยห้าง)”

        บ้านห้วยห้าง ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายไทยทรงดำ อพยพมาจากจังหวัดราชบุรี ,เพชรบุรี ,นครปฐม มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย อย่างชาวชนบททั่วไป นับถือศาสนาพุทธ ประชาชนในหมู่บ้านมีเชื่อชาติไทยทรงดำ ยังมีความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณมาก เช่น แถนหรือผีฟ้า ผีบรรพบุรุษ ผีประจำสถานที่ ผีประจำตัวบุคคล ผีที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ผีประจำหมู่บ้าน ผีวัด มีขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญ คือ ประเพณีการเล่นคอนหรือเล่นช่วงหรือ อิ้นกอน การเสนเรือน การแต่งงาน ยังคงมี เอกลักษณ์เฉพาะตัว การแต่งกาย ภาษาการพูด ความเชื่อพิธีกรรมและประเพณี ที่น่าสนใจมากมาย การดำรงชีวิตประจำวัน ยังคงผูกพันกับประเพณี พิธีกรรมและความเชื่อดั้งเดิมอยู่เป็นอันมากลักษณะทางสังคมของไทยทรงดำ ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีและพิธีกรรมไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความเป็นปึกแผ่นและการดำรงเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ไทยทรงดำ อ่านต่อ


ข้อมูลจาก นายรวย  ตริอินทอง  และนางละอองดาว  ตรีอินทอง   ผู้ใหญ่บ้านห้วยห้าง

ผู้เขียน  นางสาวอังคณา  บัวยิ้ม



ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดพิจิตร. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand