TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอโพทะเล. Show all posts
Showing posts with label อำเภอโพทะเล. Show all posts

“งานโขลกขนมจีน ตำบลท้ายน้ำ”

 “งานโขลกขนมจีน ตำบลท้ายน้ำ”

        ขนมจีน เป็นอาหารคาวอย่างหนึ่งของไทย ประกอบด้วยเส้น เรียกว่า เส้นขนมจีน และน้ำยา หรือน้ำยาขนมจีน เป็นที่นิยมทุกท้องถิ่นของไทย คำว่า“จีน” ที่ต่อท้ายขนมนี้สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากมอญ ซึ่งเรียกขนมจีนว่า “คนอมจิน” (คะนอมจิน) หมายถึง “สุก 2 ครั้ง”


        ชาวบ้านตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ได้เริ่มการโขลกขนมจีนรับประทานกันเองภายในหมู่บ้าน จากนั้นได้มีการทำขนมจีนกันเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดแนวคิดในการทำขนมจีนเพื่อเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานสงกรานต์ในหมู่บ้าน โดยกำหนดจัดงานในช่วงเดือนเมษายน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี

        ทุกๆ ปีช่วงเดือนเมษายนของชาวตำบลท้ายน้ำ จะมีกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องเกือบจะเรียกว่าเป็นประเพณีไปแล้วก็ได้คือการ “โขลกขนมจีน” เอาไว้เลี้ยงดูผู้มาร่วมงาน เส้นขนมจีนของชาวตำบลท้ายน้ำนั้นลือเลื่องในความเหนียวนุ่ม กินกับน้ำยาหรือน้ำพริกร้อนๆ แบบโบราณเข้ากันได้ดีจริงๆ อ่านต่อ

อ้างอิง
ภาพ นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข
ผู้เขียน นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข

 


“หลวงพ่อเงิน วัดท้ายน้ำ(วัดเก่าหลวงพ่อเงิน)” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจผู้คนตำบลท้ายน้ำ

 “หลวงพ่อเงิน วัดท้ายน้ำ(วัดเก่าหลวงพ่อเงิน)” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจผู้คนตำบลท้ายน้ำ

วัดท้ายน้ำ (วัดเก่าหลวงพ่อเงิน) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ ตามประวัติเล่าว่า เป็นวัดเก่าที่หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน เคยจำพรรษาอยู่ ก่อนจะไปที่วัดบางคลาน เคยจำพรรษาอยู่ก่อนจะไปที่วัดบางคลาน จึงมีคำต่อท้ายว่า วัดเก่าหลวงพ่อเงิน และมีวิหารพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเงิน


วัดท้ายน้ำ (วัดเก่าหลวงพ่อเงิน) มีอายุมากกว่า 140 ปี สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2419 และตั้งขึ้นเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ.2423 จากหลักฐานทางศิลาจารึกที่ขุดพบมีข้อความว่า “ขรัวอินทร์ผู้สร้างและสรรพบุรุษทั้งหลายช่วยกันสร้างชื่อว่าวัดช่องลม ขอให้ภิญโญยิ่งเทอญ พ.ศ.2430” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดไปตามชื่อตำบลท้ายน้ำ และเรียกชื่อวัดใหม่ว่า "วัดท้ายน้ำ" มาจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2499 และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2501 อ่านต่อ


อ้างอิง
https://www.taynam.go.th/travel_detail.php?id=187
ภาพ นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข
ผู้เขียน นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข

 


นางสุดใจ กลิ่นทอง หมอดินอาสาประจำตำบลท้ายน้ำ

 นางสุดใจ กลิ่นทอง หมอดินอาสาประจำตำบลท้ายน้ำ

        ปราชญ์ชาวบ้าน หมายถึงบุคคลในสังคมชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของภูมิปัญญาและนำภูมิปัญญามาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตจนประสบผลสำเร็จจากการสั่งสมประสบการณ์และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เชื่อมโยงคุณค่าภูมิปัญญาของอดีตกับปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับการดำรงชีพในปัจจุบัน โดยความรู้ความสามารถเหล่านี้จะเรียกว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”

        นางสุดใจ กลิ่นทอง หมอดินอาสาประจำตำบลท้ายน้ำ บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ที่ 5 บ้านหนองบัว ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร 66130 ผู้มีความรู้ทางด้านปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ให้ความรู้กับชุมชนด้านการทำปุ๋ยหมัก ให้เนื้อดินมีแร่ธาตุ การปลูกพืช การดูแลพืช การปลูกหญ้าแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมถึงงานหัตถกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก

        ปราชญ์ชาวบ้าน ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม โดยการประกอบอาชีพด้านงานหัตถกรรม เช่น เย็บบายศรี พานพุ่มงานพิธี ของชำร่วยจากสบู่ เข็มกลัดดอกไม้ติดอก แจกันดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ ผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก กระเป๋าจากผักตบชวา เป็นต้น ไว้จำหน่ายร้านค้าที่มีรายการสั่งซื้อ จำหน่ายให้กับร้านที่มีรายการสั่งซื้อและจำหน่ายให้กับชาวบ้านและผู้ที่สน อีกทั้งเปิดสอนให้ประชาชนที่สนใจมาเรียนรูไดทุกวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อ่านต่อ
อ้างอิง
http://sao-mouangmoo.net/A9.php
ผู้ให้สัมภาษณ์ นางสุดใจ  กลิ่นทอง
ภาพ นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข
ผู้เขียน นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข

เกษตรผสมผสาน บ้านหัวดาน

 เกษตรผสมผสาน บ้านหัวดาน

“เกษตรผสมผสาน บ้านหัวดาน” บ้านนางสาวคมขำ อุปคำ ตั้งอยู่ที่ 95 บ้านหัวดาน หมู่ที่ 8 ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร 66130 ผู้เป็นเจ้าของแหล่งเรียนรู้ทางด้านเกษตรผสมผสาน ภายในแหล่งเรียนรู้สามารถถ่ายทอดให้ความรู้กับผู้ที่สนใจได้ในหลายเรื่อง อาทิ น้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ การเพาะเลี้ยงไก่  เพาะพันธุ์ไข่เชื้อไก่ การแปรรูปน้ำพริกข่าและการเพาะเลี้ยงปลาดุก


แหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสาน บ้านหัวดาน มีที่มาจากนางสาวคมขำ อุปคำ ทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร เกิดความเบื่อหน่ายในสังคมเมืองที่แสนวุ่นวาย ความรีบเร่งในการดำเนินชีวิต จึงเกิดความคิดอยากกลับมาใช้ชีวิตบ้านเกิดต่างจังหวัด อยากจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งตัวเอง การใช้เงินให้น้อยที่สุดในการดำรงชีวิต เพราะที่ผ่านมาในชีวิตตั้งแต่เรียนจบมาก็พึ่งเงินเดือนจากบริษัทในการใช้ชีวิตมาตลอด จึงมีความคิดว่าถ้าอายุมากขึ้น แล้วบริษัทไม่จ้างหรือเลิกจ้าง ตัวเราเองจะทำอะไรเป็นบ้างกับการดำรงชีวิตที่เหลืออยู่

        ความคิดในช่วงแรกก็คิดแค่เพียงทำเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมรับการอบรมในสถานที่ต่างๆ ทั้งการอบรมแบบให้ความรู้และการอบรมแบบลงพื้นที่จริง หลังจากได้รับความรู้ทั้งด้านทฤษฎีและทางปฏิบัติ จึงนำมาปรับใช้กับเกษตรภายในบ้านของตนเอง อ่านต่อ

อ้างอิง
https://www.baanlaesuan.com/220332/garden-farm/farming-101/white-leghorn
ผู้ให้สัมภาษณ์ นางสาวคมขำ อุปคำ
ภาพ นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข
ผู้เขียน นางสาวสุชาวดี เศรษฐสุข

 


อุปกรณ์คลายนิ้วล็อค” นิ้วล็อค ปลอดล็อคได้ !!

 อุปกรณ์คลายนิ้วล็อค นิ้วล็อค ปลอดล็อคได้ !!

        กลุ่มการทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อค ตั้งอยู่ที่ 45 หมู่ที่ 8 ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โดยการนำของนางสละ เขียวขำ  อุปกรณ์คลายนิ้วล็อคเป็นเครื่องมือกายภาพบำบัดคลายนิ้ว  ช่วยให้นิ้วบรรเทาจากอาการนิ้วล็อค นิ้วเก อาการมือชา ยืดเอ็นกล้ามเนื้อ บริหารกล้ามเนื้อมือ ข้อมือ นิ้วมือ ให้ลดอาการปวดตามข้อ ช่วยให้นิ้วมือผ่อนคลาย หายจากความปวดเมื่อย ลดรายจ่ายในการรักษาพยาบาล เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อมือติดต่อกันเวลานาน อาจเกิดจากการเขียนเอกสาร เล่นเกม เป็นต้น มีราคาย่อมเยาว์ เหมาะสมกับผู้บริโภค

        การทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อคจากผักตบชวา เริ่มต้นปี 2558 เนื่องจากประชาชนในพื้นที่  มีอาการนิ้วล็อคเป็นจำนวนหนึ่ง จึงคิดค้น หาอุปกรณ์มากายภาพบำบัดคลายนิ้วให้บรรเทาจากอาการล็อค  นิ้วเก โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาประกอบด้วย อีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มแพทย์แผนไทย  จึงเกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้ที่สนใจทำ และหารายได้ให้กับครอบครัว  จัดตั้งกลุ่มทำผลิตภัณฑ์อุปกรณ์คลายนิ้วล็อคขึ้น  ในการทำในช่วงเริ่มแรกนั้น เริ่มจากการนำเชือกกล้วยมาทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อค  เมื่อแม่ค้าคนกลางนำไปจำหน่ายในตลาด และพื้นที่จัดแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ไม่ค่อยเป็นที่สนใจ  สมาชิกกลุ่มจึงศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมนำมาปรับทำผลิตภัณฑ์ จึงลองนำผักตบชวาที่มีมากในชุมชนมาสานเป็นอุปกรณ์คลายนิ้วล็อค จากศึกษาผักตบชวามีความยืดหยุ่น มีความนิ่มกว่าเชือกกล้วย  แต่เมื่อทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาเมื่อทำเสร็จ ต้องนำมาตากแดดให้แห้งก่อนบรรจุลงบรรจุภัณฑ์  หากไม่แห้งแล้วบรรจุเลย เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งตัวชิ้นผลิตภัณฑ์จะขึ้นรา ไม่สามารถนำมาใช้งานได้  เมื่อได้ผลิตภัณฑ์คลายนิ้วล็อคจากผักตบชวา แม่ค้าคนกลางนำไปทดลองขายในพื้นที่จัดแสดงสินค้า ผลตอบรับจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผู้เป้าหมายผู้เป็นนิ้วล็อค ปรากฏว่ากลุ่มเป้าหมายซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักตบชวา มีจำนวนมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเชือกกล้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทางกลุ่มจึงทำอุปกรณ์คลายนิ้วล็อคจากผักตบชวาในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ต่อมาสมาชิกกลุ่มจึงปรับปรุงแพคเกจผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า  ในปัจจุบันอุปกรณ์คลายนิ้วล็อคเป็นที่ต้องการของกลุ่มแพทย์แผนไทย เหมาะสมกับการกายภาพบำบัดผู้ที่มีอาการนิ้วล็อคเป็นอย่างมาก อ่านต่อ

แหล่งท่องเที่ยวบ้านท่านั่ง ชมเตาเผาโบราณ “เตานพเก้าว์”

 แหล่งท่องเที่ยวบ้านท่านั่ง ชมเตาเผาโบราณ  “เตานพเก้าว์”

การขุดพบเตาเผาโบราณ  มีที่มาจากการขุดลอกคลองบึงวัดป่า  ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่านั่ง  หมู่ที่  4  ตำบลท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  โดยการขุดลอกคลองแห่งนี้ได้ใช้รถแบกโฮ  และได้พบอุโมงค์ขนาดใหญ่  บริเวณอุโมงค์พบเครื่องปั้นดินเผาโบราณ  บางชิ้นมีร่องรอยแตกหัก  บางชิ้นคงสภาพที่สมบูรณ์ 


               การขุดค้นทางโบราณคดีในระยะที่ ๑ พบหลักฐานเป็นเตาเผาโบราณ ลักษณะเป็นเตาระบายความร้อนแบบแนวนอน (crossdraft klin) เตามีหลังคาโค้งรีคล้ายประทุนเรือ ก่อด้วยดิน ผนังเตามีคราบซิลิก้าละลายติดอยู่ เตามีขนาดกว้าง ๒.๙๐ เมตร ยาว ๙ เมตร วางตัวตามแนวแกนทิศเหนือ-ใต้ สภาพไม่สมบูรณ์   แหล่งเตาแห่งนี้นับว่าเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง และในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพราะแหล่งเตาเผาภาชนะดินเผาประเภทเนื้อแกร่งในประเทศไทยนั้นมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น อ่านต่อ

อ้างอิง
ข้อมูลจากนายนเรศ  กลิ่นสง่า  ชาวบ้านท่านั่ง
https://www.finearts.go.th/fad6/view/24821 -แหล่งเตาเผาเครื่องถ้วยแห่งใหม่--ที่จ-พิจิตร
https://siamrath.co.th/n/238277
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

ประเพณีงานบุญบ้านท่านั่ง

 ประเพณีงานบุญบ้านท่านั่ง

        ตำบลท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  มีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่  งานบวช  งานหล่อเทียนแห่เทียนเข้าพรรษา  งานบุญทอดกฐินสามัคคี  เป็นต้น

        งานบวช เป็นประเพณีไทยสืบเนื่องมาแต่โบราณกาล ชายไทยเมื่ออายุครบบวช จะต้องบวชให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และสืบทอดอายุพระพุทธสาสนา สร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ให้ตนเองและบิดามารดารวมทั้งหมู่ญาติ การบวชจะเป็นการช่วยทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้ฝึกฝนอบรมตนเอง เปี่ยมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา ชาวตำบลท่านั่งที่มีบุตรชาย  หลานชาย  เมื่อได้อายุครบบวช ก็จะจัดพิธีบวช โดยนิยมบวชในช่วงก่อนเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา อ่านต่อ


อ้างอิง
รูปภาพ https://www.facebook.com/chortipsangarun https://www.facebook.com/maliem.tonggert
เนื้อหา
https://www.dmc.tv/pages/top_of_week/งานบวชพระ-ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย.html
https://www.m-culture.go.th/sisaket/ewt_news.php?nid=945&filename=index
http://www.dmr.go.th/ewtadmin/ewt/DMR_Ethics/ download/ประวัติกฐิน.pdf
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยตำบลท่านั่ง

 ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยตำบลท่านั่ง

        นางมาเลียม  ทองเกิด  ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทย  เกิดวันที่   1  เดือน  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2512  อายุ  52  ปี  ที่อยู่   51  หมู่  1  บ้านวังแดง  ตำบลท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  โทรศัพท์  0895669039 ที่ทำงาน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านั่ง  หมู่  1  บ้านวังแดง  ตำบลท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร 
พิกัดที่ตั้ง  ละติจูด  15.976740  ลองจิจูด 100.273122


        การแพทย์แผนไทย  หมายความว่า กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสภาพของมนุษย์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย และให้ความหมายรวมถึงการเตรียมการผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้โดยอาศัยความรู้หรือตำราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา
        ภูมิปัญญาไทย หมายถึง องค์ความรู้ ความสามารถและทักษะของคนไทยอันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เลือกสรร ปรุงแต่ง พัฒนา และถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อใช้แก้ปัญญาและพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมและเหมาะสมกับยุคสมัย ภูมิปัญญาไทยนี้มีลักษณะเป็นองค์รวม มีคุณค่าทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นในวิถีชีวิตไทย ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นอาจเป็นที่มาขององค์ความรู้ที่งอกงามขึ้นใหม่ที่จะช่วยในการเรียนรู้ การแก้ปัญหา การจัดการและการปรับตัวในการดำเนินวิถีชีวิตของคนไทย อ่านต่อ

อ้างอิง
https://www.facebook.com/maliem.tonggert/photos_by
https://th.wikipedia.org/wiki/การแพทย์แผนไทย
https://www.chiangmaihealth.go.th › document
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

แหล่งเรียนรู้ “กศน.ตำบลท่านั่ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้”

 แหล่งเรียนรู้ “กศน.ตำบลท่านั่ง  สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้”

ความเป็นมาของตำบลท่านั่ง

        ในสมัยก่อนชาวบ้านใช้การคมนาคมทางน้ำเนื่องจากมีแม่น้ำยมไหลผ่านจึงมีการค้าขายสินค้า เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวของ เครื่องใช้ ซึ่งทุก ๆ วัน จะมีเรือนำสินค้าดังกล่าวมาขายและชาวบ้านโดยเฉพาะพวกแม่บ้านและหญิงสาวเป็นส่วนมากที่จะมานั่งคอยที่ท่าน้ำหน้าบ้าน เพื่อรอซื้อสินค้าจากเรือที่มาขายสินค้าผ่านไป – มา และสาเหตุที่ผู้มารอซื้อสินค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จึงเรียกกันว่า “ท่านาง” ภายหลังเพี้ยนมาเป็น “ท่านั่ง” จนถึงปัจจุบัน

 


แหล่งเรียนรู้ กศน.ตำบลท่านั่ง

         กศน.ตำบลท่านั่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1  บ้านวังแดง  ตำบลท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  เป็นอาคารที่ครู กศน.ตำบลท่านั่งประสานขออาคารเก่าของหมู่บ้านวังแดง  โดยประสานผู้นำ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  นายก อบต.ท่านั่ง ประชาชนในพื้นที่ เพื่อปรับปรุงอาคารให้มีสภาพที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และการให้บริการแก่ประชาชน แหล่งเรียนรู้ กศน.ตำบลท่านั่ง เป็นที่รวบรวมข้อมูลบริบทของตำบลท่านั่ง  ได้แก่  ข้อมูลทั่วไปของตำบลท่านั่ง  ข้อมูลประชากร  ข้อมูลด้านการศึกษา  ข้อมูลภูมิปัญญา  ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพ   เป็นต้น อ่านต่อ


https://www.ect.go.th/dlc3/main.php?filename=civil
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน อาชีพท้องถิ่นบ้านท่านั่ง

 หลังสู้ฟ้า  หน้าสู้ดิน  อาชีพท้องถิ่นบ้านท่านั่ง

        ประชาชนบ้านท่านั่ง  อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร  ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม  การทำนาปลูกช้าว  ทำสวน  ปลูกผัก  เลี้ยงสัตว์  ซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ  และถ่ายทอดสู่คนในครอบครัว อาชีพเกษตรกรรม โดยพาะการทำนาปลูกข้าวถือเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านท่านั่งที่สร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัว ทำให้สมาชิกในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ช่วยเหลือและแบ่งหน้าที่กัน  เกิดความอบอุ่นในครอบครัว


        การทำนาของประชาชนบ้านท่านั่งมีการทำนาปีและนาปรัง  มีแหล่งน้ำธรรมชาติและคลองชลประทานที่ใช้เป็นแหล่งน้ำในการทำนา  หากปีใดเกิดภัยแล้งก็จะทำนาปีเพราะต้องอาศัยน้ำฝน  พันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกในการทำนาปีได้แก่  ข้าวหอมมะลิ  เพราะชาวนาจะแบ่งผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งไว้บริโภคในครัวเรือน  อีกส่วนหนึ่งจะนำไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุนในการทำนาครั้งต่อไป  การทำนาปรังของเกษตรกรบ้านท่านั่ง  จะทำปีละ 2-3 ครั้ง  ใช้วิธีการปลูกข้าวแบบหว่านน้ำตม   และการปักดำ  พันธุ์ข้าวที่ปลูกจะเป็นพันธุ์ที่ใช้ระยะเวลาในการเติบโตเร็ว และเก็บเกี่ยวในระยะเวลาอันสั้นช่วง 90-120 วัน  ได้แก่ ข้าว กข 41 , ข้าว กข 47 อ่านต่อ

ข้อมูลจาก นางภัทราพันธุ์  ทองป้อม เกษตรกรบ้านท่านั่ง  อ.โพทะเล จ.พิจิตร
ผู้เขียน  นางสาวณัฏณิชา  คุ้มจุ้ย

แห่เทียนเข้าพรรษา

 แห่เทียนเข้าพรรษา

        ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ  แต่ชาวพุทธซึ่งนับถือศาสนาพุทธจะทำเทียนเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระเทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน

    เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดในโบสถ์ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) อ่านต่อ

ภาพ   นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด
ผู้เขียน นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด

วัดท่าบัว

 วัดท่าบัว

วัดท่าบัว ตั้งเมื่อ วันที่ - เดือน - พ.ศ. ๒๓๗๔ วัดท่าบัว ตั้งอยู่เลขที่ ๔๑ บ้านท่าบัว หมู่ ๔ ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อาณาเขตทิศเหนือติดกับแม่น้ำแควพิจิตรเก่า ทิศใต้ติดต่อกับถนนสายบางคลาน ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าบัว ทิศตะวันตกติดต่อกับหมู่บ้านประชาชน


        ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๓๗๔ มีนามตามชื่อ หมู่บ้าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๓ เขดวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๒ เมตร ยาว ๔๒ เมตร ได้ผูกพัทธสีมา วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๖ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นต้นมา อ่านต่อ

อ้างอิง  https://www.facebook.com/Raikhangbaan/
Facebook Fanpage : ไร่ข้างบ้าน Rai khang baan ฝรั่งหงเป่าสือ มะนาวแป้นพิจิตร ส้มโอทับทิมสยาม
ผู้เขียน นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด

การพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 การพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


        นายวัฒน์ชัย อินทร์อารีย์ หมอดินอาสาประจำตำบลท่าบัว บ้านเลขที่ 35/5 หมู่ 6 บ้านท่าบัว ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร 66130


ปฏิบัติงานหน้าที่หมอดินอาสาประจำตำบลให้เกษตรกรในหมู่บ้านตำบลมีความรู้ความเข้าใจ ในการปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน ให้ความรู้กับชุมชนด้าน การปลูกแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ทำการสาธิตการปลูกหญ้าแฝก ในแปลงเกษตรของตัวเองให้เกษตรกรในชุมชนได้เห็นเป็นตัวอย่าง และเป็นสถานที่การ เรียนรู้ของชุมชน อ่านต่อ

ภาพ   นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด
ผู้เขียน นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด


แหล่งเรียนรู้ตำบลท่าบัว

 แหล่งเรียนรู้ตำบลท่าบัว

        กศน.ตำบลท่าบัว ตั้งอยู่ที่บ้านวัดหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชน และหมู่บ้าน อนุญาตให้ใช้อาคารอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้ร่วมกับหน่วยงานอื่นตั้งอยู่ใจกลางชุมชน ก่อสร้างด้วยคอนกรีตมีความเป็นสัดส่วน มีประตู หน้าต่าง และติดตั้งเหล็กดัด มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และมีถนนตัดผ่าน ทำให้ผู้เรียน ผู้รับบริการสามารถสัญจร และติดต่อเข้าใช้บริการได้โดยสะดวก มีการพัฒนาอาคารสถานที่โดย ครู กศน.ตำบล นักศึกษา คณะกรรมการ กศน.ตำบล ให้มีความเหมาะสม เอื้อต่อการเรียนรู้ (Good Place Best-Check in) เป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดให้ผู้เรียน ผู้รับบริการเข้ามารับบริการการจัดการศึกษา กศน. ด้านอาคารสถานที่ สภาพอาคารอยู่สถานที่มั่นคง มีความเป็นสัดส่วนและปลอดภัย มีการพัฒนาปรับปรุงอาคารสถานที่ทั้งภายในและภายนอกให้มีความพร้อมในการให้บริการให้มีความสะอาด รมรื่น สวยงามปลอดภัย เหมาะสมและมีบรรยากาศเอื้อต่อการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อ่านต่อ



ภาพ   นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด
ผู้เขียน นางสาวนพรัตน์  เครือกลัด

ารทำยาหม่องสมุนไพร ตำบลทะนง

 


จากการดำเนินการจัดกิจกรรมของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโพทะเล ตำบลทะนง ได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ กิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตป้องกันภาวะซึมเศร้าและส่งเสริมภาวะพฤฒิพลังให้แก่ผู้สูงอายุขึ้น โดย กศน.ตำบลทะนง มีการอบรมให้ความรู้ การทำยาหม่องสมุนไพร ที่ใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นส่วนผสมในการทำยาหม่อง โดยสมุนไพรมีสรรพคุณ อ่านเพิ่มเติม

ศูนย์ฝึกอาชีพการทำกล้วยอบเนย

 ตำบลบ้านน้อยเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอโพทะเล มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพ


หลักในการทำนา ทำสวน อาชีพรองส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงปลา และรับจ้างทั่วไป ส่วนประวัติตำบลบ้านน้อย ได้มีผู้เล่าต่อๆกันมาว่า เคยเป็นนครยิ่งใหญ่ คือนครไชยบวร ในสมัยท่านพระยาโคตระบองเทวราชแพ้ทัพแก่ขอม ได้หนีถอยลงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลบ้านน้อย ต่อมาพระยาโคตรบองเทวราชทรงทราบพระเจ้าอยู่หัวผู้ครองนครอันยิ่งใหญ่ของตนทรงสิ้นพระชนม์ จากการสู้รบข้าสึก พระยาโคตระบองเทวราช ทรงเศร้าโสกเสียพระทัยมาก จึงได้โปรดให้ตั้งชื่อนครเสียที่นี่ โดยได้เปลี่ยนชื่อจากชีบวนเป็นนครไชยบวร ซึ่งให้เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม

วัดบ้านน้อย

 


วัดบ้านน้อย ตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล ซึ่งการก่สร้างหลวงพ่อเงินองค์นี้แปลกกว่า เนื่องจากตนเองได้ไปเห็นฝีมือชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องจักสาน จึงได้มีแนวคิดและมาออกแบบ ซึ่งจักสานในครั้งนี้ เราไม่ได้ใช้ช่างฝีมือ แต่เราใช้แรงชาวบ้านร่วมกับพระสงฆ์ ในการก่อสร้างในครั้งนี้เรา ใช้เส้นลวดทองเหลืองสร้างปฏิมากรรมจักสานรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ขนาดหน้าตัก 2 เมตร สูง 250 เมตร ใช้เส้นลวดทองเหลืองขนาด 0.21 มิลลิเมตร ขนาดเท่าเส้นผม ความยาว 130,517เมตร น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัมโดยใช้ระยะเวลาการสร้างด้วยมือเปล่า 1 ปี 9 เดือน ปัจจัยที่เรานำมาก่อสร้างได้มาจากเงินบริจาคจากชาวบ้านทั้งสิ้น เป็นจำนวน 9 แสนบาทพระครูวิทิตปัญญาวุธ กล่าวต่อว่า รูปเหมือนหลวงพ่อเงินที่สร้างจากการสานด้วยลวดทองเหลือง สร้างด้วยจากแรงศรัทธายองพรสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวบ้านรวมใจกันจักสานเส้นลวดที่ละเส้น ด้วย "ลายมัดซุง" ซึ่งปฏิมากรรมด้านล่างขององค์พร: ต้องมีความละเอียดอ่อน มีสมาธิ มีความมานะอดทน อ่านเพิ่มเติม

ฟาร์มจระเข้ ตำบลบ้านน้อย

 


ตำบลบ้านน้อยเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอโพทะเล มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพหลักในการทำนา ทำสวน อาชีพรองส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงปลา และรับจ้างทั่วไป ส่วนประวัติตำบลบ้านน้อย ได้มีผู้เล่าต่อๆกันมาว่า เคยเป็นนครยิ่งใหญ่ คือนครไชยบวร ในสมัยท่านพระยาโคตระบองเทวราชแพ้ทัพแก่ขอม ได้หนีถอยลงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลบ้านน้อย ต่อมาพระยาโคตรบองเทวราชทรงทราบพระเจ้าอยู่หัวผู้ครองนครอันยิ่งใหญ่ของตนทรงสิ้นพระชนม์ จากการสู้รบข้าสึก พระยาโคตระบองเทวราช ทรงเศร้าโสกเสียพระทัยมาก จึงได้โปรดให้ตั้งชื่อนครเสียที่นี่ โดยได้เปลี่ยนชื่อจากชีบวนเป็นนครไชยบวร ซึ่งให้เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดพิจิตร. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand