TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอบางมูลนาก. Show all posts
Showing posts with label อำเภอบางมูลนาก. Show all posts

วิทยาลัยผู้สูงอายุ

 วิทยาลัยผู้สูงอายุ

ตำบลลำประดาเป็นตำบลเล็กๆ ในอำเภอบางมูลนาก  จังหวัดพิจิตร ปัจจุบันชุมชนกำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงวัย และมีปัญหาครอบครัวแหว่งกลางที่ผู้สูงวัยต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกหลานในขณะที่พ่อแม่ต้องไปทำงานนอกพื้นที่ บางครอบครัวแตกแยกเกิดช่องว่างการอยู่ร่วมกัน  เยาวชนบางคนมั่วสุมติดยาเสพติด ติดเกมส์ ท้องไม่พร้อม และการละเลยการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นของตนเอง อีกทั้งยังมีสถานการณ์ปัญหาทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก การทำการเกษตรใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นเพื่อให้ทันฤดูกาลผลิตและเร่งทำเงินให้ทันใช้ต่อการดำรงชีพ  แต่สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยจัดทำแผนของชุมชน อ่านต่อ


เกิดเป็นวิทยาลัยผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของการรวมตัวของผู้สูงอายุ ในการพูดคุยแลกเปลี่ยน

เรียนรู้ หรือ “รู้จักความแก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีศักดิ์ศรี”

รูปภาพ นางสาวสาวิตรี โพธิ์เย็น

อ้างอิง https://web.codi.or.th/20200202-10576/

ผู้เขียน  นางสาวสาวิตรี  โพธิ์เย็น

วัดท่าช้าง (ตำบลเนินมะกอก)

 วัดท่าช้าง (ตำบลเนินมะกอก)

เนื่องจากตำบลลำประดา เป็นตำบลขนาดเล็กเลยไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรที่เด่นชัด เราเลยมีแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงกับตำบลลำประดา อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร คือ วัดท่าช้าง อยู่ในเขตของ (ตำบลเนินมะกอก) อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินมะกอก อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากตำบลลำประดา ประมาณ 17 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง พระพุทธรูปสลักด้วยหินทราย อ่านต่อ

รูปภาพ Phichitguide.com

ผู้เขียน  นางสาวสาวิตรี  โพธิ์เย็น

การทำขนมพื้นบ้าน

 การทำขนมพื้นบ้าน

ชุมชนคนลำประดา แก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ที่ส่งเสริมให้กลุ่มแม่บ้านรวมตัวกันทำขนมพื้นบ้านที่คนในชุมชนนิยมทำกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษโดยเน้นกระบวนการทำที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น อ่านต่อ

รูปภาพ นางสาวสาวิตรี โพธิ์เย็น
ผู้เขียน  นางสาวสาวิตรี โพธิ์เย็น

การทำตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ร์ หมู่ที่ 3

 การทำตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ร์  หมู่ที่ 3

ชาวตำบลลำประดา อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ได้สร้างผลิตภัณฑ์จากเศษกระดาษที่ส่งไกลถึงต่างแดน  โดยการทำตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ร์ (เปเปอร์มาเช่ร์ เศษกระดาษ เพิ่มโอกาส สร้างรายได้) โดยการสร้างผลงานจากเศษกระดาษเหลือใช้ จนเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ   สำหรับกลุ่มเปเปอร์มาเช่ร์เป็นกลุ่มที่ทำตุ๊กตาจากเศษกระดาษ ซึ่งมีประธานกลุ่มคือ พี่เพลิน สุวรรณ์ โดยมีสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด 30 คน ล้วนเป็นชาวบ้านในตำบลลำประดาทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ รวมถึงการสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนอีกด้วย

          ขั้นตอนในการทำเปเปอร์มาเช่ร์ หรือการทำตุ๊กตาที่ทำจากเศษกระดาษเหลือใช้ เริ่มจากการขึ้นรูปแม่พิมพ์ต่างๆ ตามที่ตลาดต้องการ มีทั้งที่ออกแบบขึ้นมาเองและแบบที่ลูกค้าส่งแบบมาให้  แล้วทางกลุ่มก็จะทำการปั้นขึ้นมาให้ลูกค้าดูว่า แบบนี้โอเคไหม ถ้าลูกค้าโอเคก็จะมาเป็นออเดอร์ขึ้นมา เมื่อได้แม่พิมพ์ตามต้องการแล้ว ให้นำเศษกระดาษซึ่งได้ทำการแช่น้ำมาทาด้วยกาวที่ทำจากแป้งมัน แล้วนำมาแปะตามแบบของแม่พิมพ์ ประมาณ ๒-๓ ชั้น จนได้ความหนาที่พอประมาณ หลังจากนั้นจึงแกะออกจากแม่พิมพ์ แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง จึงจะสามารถนำมาประกอบขึ้นเป็นรูปต่างๆ ต่อมาก็จะนำตัวผลิตภัณฑ์ไปตกแต่งให้ผิวเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงนำมาแปะด้วยกระดาษสีขาวอีกรอบ แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อผลิตภัณฑ์แห้ง จึงนำมาลงสีพื้นด้วยสีขาว จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายของการทำเปเปอร์มาเช่คือการลงสี ซึ่งเปเปอร์มาเช่ร์ของชาวตำบลลำประดามีสีสันที่สวยงาม และลวดลายที่แตกต่างจากทั่วไป และจุดเด่นก็คือความเรียบเนียนเหมือนจริง จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ปัจจุบัน เปเปอร์มาเช่ร์ของกลุ่มตำบลลำประดาส่งออกไปยังต่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน จีน ฮ่องกง รวมถึงการส่งภายในประเทศอีกด้วย อย่างเช่น ที่ เจ.เจ.มอลค์ โดยการส่งผ่านบริษัท อ่านต่อ

รูปภาพ สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน

อ้างอิง  https://www.lamprada.go.th/tambon/history

ผู้เขียน  นางสาวสาวิตรี  โพธิ์เย็น

อาชีพ ทำนา รับจ้างต่าง ๆ

 อาชีพ ทำนา รับจ้างต่าง ๆ

        เมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว ได้มีชาวบ้านเชื้อสายไทยยวนหรือลาวยวนจากเขตอำเภอเมือง  อำเภอหนองแซง และอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ได้พากันอพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากิน ใน เขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร บริเวณบ้านลำประดาปัจจุบัน มีการบุกเบิกบริเวณดังกล่าวเพื่อทำการเกษตรกรรม  ซึ่งในบริเวณดังกล่าวจะมีน้ำไหลผ่าน และลำน้ำดังกล่าวจะมีแมงดาอาศัยอยู่มาก จึงเรียกว่า “ลำแมงดา” ภายหลังเรียกเพี้ยนเป็น “ลำประดา” ตำบลลำประดามี 10 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมดจำนวน  2,589 คน แยกเป็น ชาย 1,302 คน หญิง 1,287 คนมีพื้นที่ทั้งหมด 39.79 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 27,861 ไร่ มีพื้นที่บางส่วนที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงเหมาะแก่การเพาะปลูกไม่มีแม่น้ำไหลผ่านตำบล สภาพลำคลองเป็น ลำคลองเล็กๆ ในฤดูแล้งน้ำในลำคลองจะแห้งขอดไม่มีน้ำ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ทำนา) เมื่อว่างจากฤดูทำนาแล้วก็จะว่างงาน เนื่องจากสภาพพื้นที่แห้งแล้ง จึงไม่สามารถทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับการเกษตรได้อีก   มีบางส่วนไป ทำงานนอกหมู่บ้าน เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ส่วนในหมู่บ้านที่มีอาชีพเสริม ได้แก่ เย็บผ้า ปลูกผัก และค้าขาย ตามตลาดนัด บางส่วนจะอพยพไปใช้แรงงานในเมืองใหญ่  ตำบลลำประดาโดยทั่วไปจะเป็นสังคมเกษตร มีวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน คือ มีความเรียบง่ายใช้ ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ค่อยมีการแข่งขันทำให้ชาวบ้านในตำบลลำประดาแห่งนี้มีการพึ่งพออาศัยกันอยู่ ตลอดเวลา สภาพเศรษฐกิจประชาชนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ประกอบอาชีพทำนา ส่วนที่เหลือ เป็น อาชีพค้าขาย รับจ้างเลี้ยงสัตว์ ทำสวน และรับราชการ จึงทำให้ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจของตำบลแห่งนี้



รูปภาพ : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
อ้างอิง : https://web.codi.or.th/20200202-10576/
ผู้เขียน : นางสาวสาวิตรี โพธิ์เย็น

พิธีแห่เจ้าพ่อแก้ว ตำบลบางมูลนาก

 พิธีแห่เจ้าพ่อแก้ว ตำบลบางมูลนาก

    เจ้าพ่อแก้ว เป็นเจ้าพ่อที่ชาวบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร และชาวอำเภอใกล้เคียงนับถือมาเป็นเวลาหลายสิบปี ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนธันวาคม จะมีการจัดงานประจำปีทุกปี มีคนในอำเภอและต่างอำเภอมาร่วมงานกันมากมาย


    ในงานช่วงเช้าจะมีขบวนแห่เจ้าพ่อแก้วจากศาลเจ้าพ่อไปรอบตลาด แล้วไปประดิษฐานที่สนามหน้าโรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทิศ” เพื่อให้ประชาชนกราบไหว้ และมีงานฉลอง 6 คืน มีการประมูลสิ่งของที่มีผู้บริจาคให้เจ้าพ่อแก้ว

ขบวนแห่มีล่อโก๊ว สิงโต เองกอ ติดตามด้วยขบวนแห่เปีย(ธง) ของสาวงามวัยแรกรุ่นดรุณี แต่งกายอย่างสวยงาม เป็นการประกวดประชันกันไปในตัว นอกจากนี้ยังมีขบวนหาบกระเช้าของพ่อหนูแม่หนูวัยอนุบาลซึ่งแต่งหน้า และแต่งตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ความปราบปลื้มเป็นสุขใจแก่พ่อแม่และอาม้า อากง โดยทั่วกัน พร้อมกันนี้ก็มีขบวนฟ้อน รำ หรือกิจกรรมเข้าจังหวะของนักเรียน โรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลประมาณ ๕- ๖ โรง เข้าร่วมแห่ด้วยทุกปี ขบวนหามเกี้ยวเจ้าพ่อผ่านไปถึงบ้านใครเจ้าของบ้านก็จะออกมาจุดธูปบูชา กลิ่นไม้จันทร์และควันธูปจะหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่ว เสียงประทัด จะดังรัวอยู่มิขาด ซึ่งขบวนฟ้อนรำหรือการแสดงนั้น จะหยุดแสดงให้ชมเป็นระยะ ๆ ไปตามสี่แยกหรือจุดที่สำคัญ ๆ อ่านต่อ

อ้างอิง  https://www.m-culture.go.th/phichit
Facebook Fanpage งานเจ้าพ่อแก้ว อ.บางมูลนาก
ผู้เขียน  นายภูริต  พิลึก

ผลิตภัณฑ์จักสาน สู่การยกระดับ เพิ่มมูลค่าของสิ้น ด้วยการทำเดคูพาจ

 ผลิตภัณฑ์จักสาน สู่การยกระดับ เพิ่มมูลค่าของสิ้น ด้วยการทำเดคูพาจ

    เดคูพาจ คืองานศิลปะประดิษฐ์เพื่อการตกแต่งแขนงหนึ่ง โดยใช้วิธีการผนึกกระดาษที่ตัดเป็นรูปร่างต่าง ๆ ลงบนพื้นผิววัสดุ แล้วเคลือบเงาด้วยวานิชหลายๆ ชั้น จัดได้ว่าเป็นงานศิลปะที่มีประวัติความเป็นมายาวนานหลายร้อยปี ซึ่งแท้จริงแล้วงานศิลปะแขนงนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนและญี่ปุ่น ที่มีเครื่องเรือนต่าง ๆ ติดรูปแล้วเคลือบเงามาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๒ และต่อมาได้ส่งสินค้าประเภทนี้ไปยังประเทศทางแถบยุโรป

    ในราวศตวรรษที่ ๑๘ งานศิลปะแขนงนี้ได้แพร่ไปยังประเทศฝรั่งเศสและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนกลายเป็นงานอดิเรกของสตรีในราชสำนักของพระนางมารี อังตัวเนตต์ ถึงกับเป็นที่กล่าวกันว่าแทบจะไม่มีภาพชิ้นใดเลยที่รอดพ้นคมกรรไกรของพระนางและเหล่านางกำนัลไปได้ อ่านต่อ


อ้างอิง  http://department.utcc.ac.th
Facebook Fanpage เดคูพาจ กลุ่มอาชีพ กศน.ตำบลบางมูลนาก
ผู้เขียน  นายภูริต  พิลึก

พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว ตำบลบางมูลนาก

 พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว ตำบลบางมูลนาก

    “ศาลเจ้าพ่อแก้ว” เกิดจากชาวจีนชื่อนายห้อย แซ่ลี้ เป็นผู้พบเจ้าพ่อซึ่งเป็นไม้แกะสลักลอยมา ในแม่น้ำน่าน จึงได้นำขึ้นมาตั้งไว้ริมแม่น้ำราวปี พ.ศ.2477  ต่อมาชาวบางมูลนากได้ร่วมกันสร้างศาลเจ้าเล็ก ๆ ขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่อแก้ว ภายหลังได้ปรับใหม่เป็นศาลขนาดเล็กมีบันได 5 ขั้น สามารถเข้าไปสักการะได้ครั้งละ 4-5 คน


    แต่เมื่อปี พ.ศ.2492 เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในตลาดบางมูลนาก ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกเพลิงไหม้ไปด้วย จึงได้เชิญเจ้าพ่อแก้วไปประดิษฐานชั่วคราวที่โรงเรียนโถงจื้อ (เก่า) และด้วยความศรัทธาของชาวบางมูลนากที่มีต่อเจ้าพ่อแก้ว จึงได้ร่วมกันสร้างศาลเจ้าพ่อแก้วแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่และสะดวกต่อการสักการะเจ้าพ่อแก้ว และอันเชิญเจ้าพ่อแก้วไปประดิษฐาน ณ ศาลเจ้าพ่อแก้วหลังใหม่ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และในปี พ.ศ. 2563 ชาวบางมูลนากได้ร่วมกันบูรณะศาลเจ้าพ่อแก้วหลังเก่าให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว


อ้างอิง https://www.phichitguide.com/tourist/1309/
Facebook Fanpage มูลนิธิแก้วคุ้มครอง เจ้าพ่อแก้ว อำเภอบางมูลนาก
ผู้เขียน  นายภูริต  พิลึก

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดพิจิตร. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand